อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา มีลักษณะคล้ายเรือสำเภา เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบมะละกาทะเลอันดามัน ในคาบมหาสมุทรอินเดียทางฝั่งตะวันตกของไทย ครอบคลุมพื้นที่ชายหาดตลอดแนวฝั่งทะเลในท้องที่ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู ตำบลขอนคลาน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล และตำบลสุกรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่สำคัญคือ เกาะเภตรา เกาะเขาใหญ่ เกาะละโละแบนแต เกาะลิดี เกาะบุโหลน เกาะเหลาเหลียง และเกาะเปรามะ

ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาลาดชันสูง มีพื้นที่ราบบริเวณหุบเขาและชายหาด มีพื้นที่ทั้งบนบกและทะเลประมาณ 494.38 ตรกม. หรือ 308,987 ไร่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2526 และได้ประกาศในพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2527 อุทยานฯ แห่งนี้เป็นจุดรวมของความงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มา มีป่าไม้ ภูเขา สัตว์ป่า และปะการังหลากสีสวยงาม สถานที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นเวิ้งอ่าวธรรมชาติที่เรียกว่า “อ่าวนุ่น”

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราจัดได้ว่ามีความหลากหลายซึ่งประกอบด้วยพื้นที่นำทะเล เกาะ ภูเขา พื้ที่ราบบริเวณหุบเขาและพื้นที่ราบชายฝั่งทะเล โดยพื้นที่ชายฝั่งทะเลและบริเวณใกล้เคียงโดยรอบในระยะ 3 กม. จะมีลักษณะเป็นที่ราบถึงลูกคลื่นลอนลาดโดยจะมีภูเขาและหย่อมภูเขาปรากฏอยู่เป็นหัวแหลมตามขอบชายฝั่ง พื้นที่ชายฝั่งทะเลประกอบด้วยชายฝั่งหิน หน้าผา ที่ราบนำท่วมถึงและสันทรายชายหาด

ส่วนพื้นที่ในทะเลประกอบด้วยเกาะที่มีขนาดแตกต่างกันประมาณ 22 เกาะufabet วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ เกาะส่วนใหญ่จะมีรูปร่างแปลกตาและมีลักษณะโดดเด่นโดยเป็นเกาะหินปูนมีความลาดชันสูงมากกว่า 35 เปอร์เช็นต์ ปรากฏโพรง ถถํา หลุมยุบ หน้าผาสูงชัน และชง่อนผาซึ่งเกิดจากการกัดเซาะพังทลายของคลื่นลมและนำขึ้นนำลง ที่ราบบนเกาะมีเพียงเล็กน้อยบริเวณหุบเขาและเป็นหาดทรายแคบ ๆ สั้น ๆ อยู่ตามหัวแหลมของเกาะและอ่าวโดยส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะ

เมื่อปี 2525 ผู้อำนวยการกองอุทยานแห่งชาติ ได้เห็นว่า สภาพธรรมชาติที่เป็นเกาะแก่ง หาดทรายชายทะเล ในบริเวณชองแคบมะละกา เขตจังหวัดสตูล ยังมีความบริสุทธิ์สมบูรณ์อยู่มาก น่าจะได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสตูลด้วย

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงได้มีคำสั่งที่ให้เจ้าหน้าที่ไปทำการสำรวจหาข้อมูลบริเวณหมู่เกาะเภตรา ปรากฏว่า มีสภาพเป็นเกาะใหญ่น้อยหลายเกาะ โดยมีเกาะขนาดใหญ่อยู่ 2 เกาะ คือ เกาะเภตรา และเกาะเขาใหญ่ สภาพป่าสมบูรณ์ ทิวทัศน์ทางทะเลสวยงาม มีปะการัง หาดทรายขาวสะอาด มีโขดหิน หน้าผา ถ้ำ และเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา ทั้งเป็นที่วางไข่และอยู่อาศัยของเต่าทะเลหลายชนิด เหมาะที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติได้

กองอุทยานแห่งชาติได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2526 เห็นสมควรให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าเกาะเภตรา เกาะเขาใหญ่ และหมู่เกาะใกล้เคียงในพื้นที่ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ตำบลตำบลขอนคลาน อำเภอทุ่งหว้า ตำบลแหลมสน และตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 101 ตอนที่ 200 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2527 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 49 ของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 494.38 ตารางกิโลเมตร

เกาะหินงาม

เกาะหินงาม เกาะหินงามอุทยานแห่งชาติตะรุเตา หาดกรวดหินงาม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะอาดัง เป็นเกาะขนาดเล็กมีชายหาดหินกรวดสีดำลวดลายสวยงามโดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับน้ำทะเลจะเป็นประกายสวยงามเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องแวะชมความสวยงามของหินกรวดตัดกับขอบฟ้าและน้ำทะเล บนเกาะมีป้ายเตือนเกี่ยวกับคำสาปแช่งของเจ้าพ่อตะรุเตาว่า

“ผู้ใดบังอาจเก็บหินงามจากเกาะนี้ไปผู้นั้นจะถึงซึ่งความหายนะนานานัปการ” ด้วยความเชื่อเหล่านี้ถือเป็นมาตรการการป้องกันทรัพยากรทางจิตใจได้เป็นอย่างดี
อุทยานธรณีสตูลกำลังจะผลักดันให้เกาะหินงามเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาวิจัยทางด้านธรณีวิทยา และจะเน้นการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ให้มากขึ้น นอกจากความสวยงามของหินแล้วบริเวณท้ายเกาะหินงามยังมีจุดดำน้ำปะการังน้ำตื้น ได้แก่ ปะการังโขด ufaปะการังสมองร่องเล็ก ปะการังโต๊ะ ปะการังเขากวาง ปะการังลายดอกไม้ ฯลฯ

เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ไม่มีหาดทรายแต่เป็นหาดที่มีก้อนหิน กรม รี วางเรียงรายอยู่เต็มเกาะ ยามน้ำทะเลซัดขึ้นมาก้อนหินเหล่านี้จะเปียกชุ่ม ส่องประกายมันวาวสะท้อนไปทั่วหาดหิน ยามน้ำลงแนวหาดหินจะปรากฏกว้างยิ่งขึ้นและจะตัดกับน้ำทะเลสีมรกต ซึ่งเป็นธรรมชาติที่สวยงามที่หาดูได้ยากในที่อื่น ๆ ในส่วนบริเวณรอบๆเกาะหินงาม
ยังเป็นที่ดำน้ำดูปะการัง

เกิดจากการเกิดสันดอนกรวดมนนี้มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธรณีวิทยา สามารถติดตามหาแหล่งกำเนิดได้บริเวณด้านใต้ของเกาะ กระแสน้ำทำให้หินโผล่ของหิน “ฮอร์นเฟลส์” ที่มีแนวแตกหลายแนว แตกออกเป็นเศษก้อนหินเหลี่ยมจากกระแสคลื่น เกิดกระแสน้ำเลียบชายฝั่งไหลอ้อมไปจนถึงบริเวณสันดอนกรวดมน ตลอดระยะทางของกระแสน้ำเลียบชายฝั่งทำให้ก้อนหินเกิดการขัดสีทำให้กร่อนมีขนาดเล็กลงตามระยะทาง และ มีความกลมมนมากขึ้นจนไปสะสมตัวบริเวณสันดอนกรวด

แหล่งท่องเที่ยวแก่งเกาะใหญ่

แหล่งท่องเที่ยวแก่งเกาะใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำตำบลปางมะค่า ตั้งอยู่ หมู่ที่ 21 บ้านใหม่ธงชัย ตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร ลักษณะเป็นธารน้ำของลำน้ำแม่วงก์ มีน้ำตลอดทั้งปีไหลผ่านลานหินขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนของชาวตำบลปางมะค่าและนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ชื่นชอบบรรยากาศธรรมชาติ

แก่งเกาะใหญ่ เป็นชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางภูเขา และป่าไม้ ในเขต ต.ปางมะค่า และเป็นชุมชนที่อยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อระหว่าง จ.นครสวรรค์ กับกำแพงเพชร มีจุดเด่นหลายแห่ง ufabetเช่น แก่งน้ำตกเกาะใหญ่ อันเป็นเกาะพื้นดินขนาดใหญ่ ทอดตัวขวางลำน้ำแม่วงก์ ลักษณะคล้ายฝักถั่วลันเตา เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

ตั้งอยู่ หมู่ที่ 21 บ้านใหม่ธงชัย  ตำบลปางมะค่า  อำเภอขาณุวรลักษบุรี  จังหวัดกำแพงเพชร ลักษณะเป็นธารน้ำของลำน้ำแม่วงก์ มีน้ำตลอดทั้งปีไหลผ่านลานหินขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนของชาวตำบลปางมะค่าและนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ชื่นชอบบรรยากาศธรรมชาติ สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพื่อพักผ่อนหย่อนใจและกิจกรรมล่องแก่ง การเดินทางสามารถเดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล หรือจะเป็นการปั่นจักรยาน และรถมอเตอร์ไซด์ก็สะดวก ในแก่งเกาะใหญ่จะมีอาคารหอประชุมที่รองรับผู้เข้าอบรมได้ไม่น้อยกว่า 200 คน หรือจะเช่าเป็นพื้นที่จัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน

ภูคีรีวงกต

ภูคีรีวงกต ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างบ้านเมืองเก่า บ้านคำแก้ว บ้านคำเดือย บ้านเหล่าแก้วแมง บ้านสงยาง ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอชานุมาน เป็นแหล่งที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะมีผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ปกคลุม มีสัตว์ป่านานาชาติให้ได้ชม ที่สำคัญจะมีถ้ำดานหิน โขดหิน และหน้าผาที่สูงสลับซับซ้อนสวยงามเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

กล่าวคือ โขดหินที่เรียงตัยกันอยู่บางแห่งจะเป็นชะง่อนออกมา บ้างก้อนสูงขึ้นไป 15 เมตร และช่องระหว่างตรงกลางเป็นร่องดินลึกลงไปเป็นหน้าผาต้องทำสะพานข้ามจึงจะเดินไปโขดหินอีกก้อนได้ เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่มีมานับพันปี สวยงามมาก เหมาะแก่การพักผ่อนยิ่งนัก

ประเพณีโบร่ำโบราณของคนอีสานที่สืบทอดมาร่วม 200 ปีufa และหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น คนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยรู้จักกัน ประเพณีนี้เป็นกิจกรรมในรูปแบบที่คนในชุมชนมาร่วมมือร่วมใจกันจัดในช่วงงานบุญออกพรรษา

มีการทำบุญที่วัดชาวบ้านจะช่วยกันคนละไม้ละมือ สร้างค่ายกลจำลองเหมือนเขาวงกตที่ลดเลี้ยว โดยการนำไม้ไผ่มากั้นทางเดินเป็นวงเวียน เพื่อให้คนเดินเข้าไปถวายดอกไม้ธูปเทียนบูชาที่ร้านประทีปที่จัดทำขึ้น

น้ำตกวังปลา

น้ำตกวังปลา เดิมทีบริษัท มาลงทุนให้ทำบ่อปลา เพาะพันธุ์และเลี้ยงขายให้กับบริษัท พอปลาเหลือจากการขายก็นำมาทำเป็นเมนูปลาในสวนอาหาร

ต่อมาได้สร้างสวนน้ำขึ้น เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับครอบครัว หรือหมู่คณะที่มาใช้บริการ สวนน้ำแห่งนี้เปิดมา 3-4 ปีแล้ว โดยรอบของสถานที่นี้จะมีสวนผักปลอดสารพิษหลายชนิด มีบ่อปลา บ่อกบ ufabetเป็นต้น

สวนน้ำตก, สะพานแขวนรอบน้ำตก, สวนผักปลอดสารพิษ

ปราสาทเชอนองโซ Chateau de Chenonceau

ปราสาทเชอนองโซ Chateau de Chenonceau มีความน่าสนใจและมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก เป็นปราสาทยอดฮิตในลุ่มแม่น้ำลัวร์ที่นักท่องเที่ยวไปเยือนมากที่สุด

ถูกปกครองโดยผู้หญิงมายาวนานหลายร้อยปี หรืออาจเรียกได้ว่า เป็นปราสาทแห่งสุภาพสตรีเลย

ที่นี่เป็นปราสาท ที่แฝงกลิ่นอายของความรักไว้ในทุกๆมุม ทุกๆส่วน

แสดงให้เห็นถึงความอ่อนช้อย อบอุ่นของความเป็นผู้หญิง

ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของห้องนอน ห้องโถง และสวนดอกไม้ ทุกๆอย่างถูกจัดไว้อย่างดี

ตลอดระยะเวลาของประวัติศาสตร์ที่นี่ ไม่ได้มีแต่เพียงแต่ความรัก และความหวานชื่นเท่านั้น

ยังมีประวัติศาสตร์อันน่าขมขื่นแฝงอยู่ด้วย เช่น ในห้องนอนชั้นบนสุดถูกทาเป็นสีดำทั้งหมด ดูน่าหดหู่มาก

ซึ่งเรื่องราวของห้องนี้ เกิดจากการที่พระเจ้าอองรีที่สาม สามีของเจ้าของปราสาท หลุยส์เดอลอร์แรน ถูกลอบสังหาร

เธอจึงเศร้าโศกเป็นอย่างมากกับการสูญเสียสามี และต้องอยู่อย่างทุกข์ระทมตลอดช่วงชีวิตที่เหลือของเธอ

สำหรับสถานที่นี้ อยากให้ทุกคนเก็บเอาไว้เป็นแรงบันดาลใจ ในเรื่องของการดูแลคนรักให้ดี

ตั้งแต่ช่วงตอนยังมีชีวิตอยู่ และการเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ที่ทุกคนต้องเจอ

คือการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ควรปล่อยวาง และยอมรับการเปลี่ยนแปลงให้ได้ค่ะ

นอกเหนือจากนั้น ความสวยงามของที่นี่ก็คือปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นครอบแม่น้ำเชอ

หาได้ยากมาก มีเอกลักษณ์และสวยงาม เป็นมุมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทุกคน

สุดท้ายที่นี่ยังถูกใช้เป็นโรงพยาบาลในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

ถูกกองทัพนาซีเยอรมันยึดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ufaและเคยเป็นที่จุดดอกไม้ไฟครั้งแรกในฝรั่งเศสอีกด้วย

ต้องถือว่าที่นี่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราว และประวัติศาสตร์มากมายจริงๆ

เมืองบาธ Bath

เมืองบาธ Bath เมืองเดียวของอังกฤษที่มีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ซึ่งก็สอดคล้องกับชื่อเมืองนั่นแหละค่ะที่มีรากศัพท์ที่แปลว่าอาบน้ำ ที่นี่เป็นเมืองเก่าในอดีตที่จักรวรรดิโรมันได้สร้างเอาไว้เมื่อ 2,000 ปีมาแล้ว จุดเด่นก็คือโรงอาบน้ำที่สร้างโดยสถาปัตยกรรมสไตล์โรมันที่สวยงามและคลาสสิกมากๆ จะเรียกว่าสปาแบบโบราณก็คงไม่ผิด

ซึ่งน้ำในบ่อนี่คือน้ำพุร้อนธรรมชาติอุณหภูมิ 95 องศาที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ นอกจากนั้นที่นี่ยังมี Thermae Bath Spa ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 2006 ufabetให้นักท่องเที่ยวได้มาแช่น้ำพุร้อนผ่อนคลายกันด้วย ซึ่งที่นี่จะตกแต่งด้วยศิลปะที่ผสมผสานกันระหว่างประวัติศาสตร์โบราณกับลวดลายในแบบร่วมสมัย อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าที่เปิดโล่ง ให้ได้ว่ายน้ำไปชมวิวที่สวยงามไปด้วยพร้อมๆ กัน

วิลต์เชอร์ Wiltshire

วิลต์เชอร์ Wiltshire สโตนเฮนจ์ หรือกองหินลึกลับที่ตั้งตระหง่านกลางสนามหญ้าในชนบทวิลต์เชอร์แห่งนี้ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าใครเป็นคนสร้าง และสร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่ออะไร สิ่งที่รู้ก็เพียงแค่มันอยู่ที่นี่มาแล้วนับ 5,000 ปีเรียกว่าอยู่มาก่อนยุคประวัติศาสตร์ของยุโรปเสียอีกที่สำคัญที่นี่ยังได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วย

และแม้จะมีผู้คนบางส่วนค่อนแคะว่ามาสโตนเฮนจ์แล้วไม่เห็นจะมีอะไรให้ดูเลย ใช่ค่ะufa ถ้าใครมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์แค่อยากชมความยิ่งใหญ่อู้ฟู่ และถ่ายภาพคู่กลับบ้าน เขาก็จะมองเห็นแค่เพียงกองหินกองหนึ่งเท่านั้น เพราะจริงๆ แล้วสิ่งที่ดึงดูดให้คนนับล้านเดินทางมาที่นี่ในแต่ละปี ก็คือความลึกลับน่าแปลกใจที่แฝงไว้ด้วยปริศนาให้ขบคิดถึงความเป็นมาของสโตนเฮนจ์นี่เอง

พระราชวังเครมลิน Kremlin

พระราชวังเครมลิน Kremlin ใครมาที่ได้มาเมืองมอสโก พลาดไม่ได้เลยนะคะ เพราะพระราชวังเครมลิน ศูนย์กลางที่สำคัญของเมืองหลวง และเป็นหัวใจของรัสเซีย ทั้งยังได้มีการรวบรวมสถาปัตยกรรมที่สวยงามไว้รวมกันอยู่มากมาย จัดเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของมอสโกเลยล่ะค่ะ

เครมลิน” ในภาษารัสเซียนั้น มีความหมายแปลว่าป้อมปราการ ซึ่งภายนั้นก็จะประกอบไปด้วยพระราชวัง วิหารสำคัญๆ และที่ทำการของรัฐบาลต่างๆ

พระราชวังเครมลิน มีปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ (Tsar Cannon) สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.. 1586 ว่ากันว่าเป็นปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยาว 5.34 เมตร หนัก 40 ตัน แต่ยังไม่เคยถูกใช้ในสงครามมาก่อน และระฆังของพระเจ้าซาร์ (The Tsar Bell) เป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลก (อีกแล้วสูง 6.14เมตร มีรัศมี 6.6 เมตร หนัก 200 ตัน

และยังมี จัตุรัสวิหาร ซึ่งเป็นที่ตั้งของวิหารหรือโบสถ์ หลังที่สำคัญ นั่นก็คือ โบสถ์อันนันซิเอชั่น (Cathedral of the Annunciation) โบสถ์อาร์คาเกล (Cathedral of St. Michael the Archangel)ufabet และโบสถ์ที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดในเครมลินก็คือ Cathedral of The Dormition หรือรู้จักกันในชื่อโบสถ์อัสสัมชัน (Assumption) สร้างเพื่อเป็นที่ระลึกถึงการสิ้นพระชนม์ของพระแม่มารีย์ ผู้ให้กำเนิดพระเยซู และยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญต่างๆ ด้วยค่ะ

และมาเยี่ยมชมสิ่งที่สวยงาม และมีคุณค่าทั้งด้านราคาและด้านประวัติศาสตร์กันที่ พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่แชมเบอร์ (Kremlin Armoury Chamber) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศรัสเซีย ที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่เก็บสะสมทรัพย์สมบัติล้ำค่าต่างๆ ทั้งเครื่องทรง มงกุฎ บัลลังค์ และเครื่องใช้ต่างๆ มากกว่า 2.7 ล้านชิ้น สวยงามละลานตาไปหมดเลยล่ะค่าาา และพิพิธภัณฑ์พระคลังเพชร (State Diamond Fund) ที่รวบรวมเพชรและอัญมณีอันล้ำค่าต่างๆ ของโลกไว้ ข้อควรระวังคือระวังแสบตานะคะ

นอกกำแพงเครมลิน มีถ้ำจำลองอนุสรณ์ในสงครามนโปเลียน สุสานทหารนิรนามในสงครามโลกครั้งที่สอง และมีทหารรักษาการณ์เปลี่ยนเวรยามให้ชมด้วยค่ะ

ตลาดสดบุคเคอเรีย Mercat De La Boqueria

ตลาดสดบุคเคอเรีย Mercat De La Boqueria สำหรับคนที่ชอบตื่นนอนตอนเช้าๆ แล้วไม่อยากนั่งแกร่วอยู่แค่ในโรงแรมแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้คุณรีบมาที่นี่เลยค่ะ Mercat de la Boqueria ตลาดสดของเมืองบาร์เซโลน่าที่ได้ชื่อว่าเป็นตลาดสดที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุดของเมือง จริงๆ เป็นอันดับ 1 ของโลกตั้งแต่ปี 2012

แถมยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับเมืองอีกต่างหาก ด้วยสินค้าที่มีหลากหลายทั้งของสด อย่างอาหารทะเล เนื้อสัตว์ ขาหมูรมควัน ถั่วต่างๆufa ผักและผลไม้นานาชนิด

รวมถึงขนมที่มีให้เลือกซื้อกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว การมาเยือนที่นี่ยังทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตจริงๆ ของคนเมืองนี้ด้วยค่ะว่าเขาอยู่เขากินกันอย่างไร แต่ถ้ามาที่นี่แล้วคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรดี การฝากมื้อเช้าไว้กับร้านอาหารซีฟู้ดในตลาดก็เป็นความคิดที่ไม่เลวนะคะ

เรารีบมุ่งมั่นไปหาแผงซีฟู้ดก่อนเลย ชำเลืองเมียงมอง วนไปวนมาสามสี่รอบ คืออยากกิน แต่หันซ้ายแลขวา ไม่มีใครปรุงให้ น่าเสียดายยยจริงๆ ปูอะไรไม่รู้ เยอะแยะเลย