สวนน้ำขุนทะเล

สวนน้ำขุนทะเล ตำบลขุนทะเล อ.ลานสกา เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในสมัยโบราณเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชได้อพยพผู้คนหนีภัยโรคระบาดมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ขุนทะเล และพื้นที่ใกล้เคียง จึงนับว่าบ้านขุนทะเล อ.ลานสกา เป็นที่ตั้งของชุมชนเมืองเก่าของจังหวัดนครศรีธรรมราช จนมีคำขวัญท่องเที่ยวของตำบลขันทะเลว่า “ประวัติศาสตร์เมืองนคร ขึ้นเขาวัง ลงถ้ำน้ำ ชุ่มฉ่ำ ที่ต้นน้ำเมืองนครศรีธรรมราช”

ที่ผ่านมาแม้สวนน้ำขุนทะเลยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการ แต่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมและพักผ่อนถ่ายภาพไปเผยแพร่ในเฟซบุ๊คและโลกโซเชียลทำให้มีคนรู้สวนน้ำขุนทะเลเป็นจำนวนมาก และเดินทางมาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย

ทางวิสาหกิจกรรมชนจึงมีกำหนดเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวสวนน้ำขุนทะเลและแหล่งท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนตำบลขุนทะเลตามนโยบายของรัฐบาล โดยกำหนดเปิดเทศกาลปีท่องเที่ยวขุนทะเลขึ้นในวันที่ 13 เมษายน 2560 ณ.บริเวณฝ่ายกั้นน้ำขนาดกลางชลประทานเสาธง หมู่ 3 ต.ขุนทะเล อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งตรงกับวันมหาสงกรานต์ประจำปี 2560 พอดี คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมกิจกรรมและท่องเที่ยวสวนน้ำขุนทะเลอย่างคึกคัก

ปัจจุบันกลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวขันทะเล ได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ฝายกั้นน้ำขนาดกลางชลประทานเสาธง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 3 ต.ขุนทะเล อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติแห่งใหม่ โดยเหนือฝายมีพื้นที่กักเก็บน้ำเป็นบริเวณกว้าง น้ำสีเขียว สะอาด โอบล้อมด้วยแมกไม้และขุนเขา ทำให้อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ เล่นน้ำ นั่งเรือถีบ เรือพาย เรือคายัค มีอาหาร ร้านค้าจำหน่ายสินค้าที่ระลึก และยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอีกด้วย

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufabet co

วัดเสนาสนาราม

วัดเสนาสนาราม ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดโบราณ

สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับการปฏิสังขรณ์โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยปฏิสังขรณ์ทั้งวัด แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2406 และพระราชทานนามใหม่ว่า วัดเสนาสนาราม เป็นวัดธรรมยุติกนิกาย
ศาสนสถานที่สำคัญของวัดได้แก่ พระอุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา หน้าบันด้านหน้าและด้านหลังเป็นไม้แกะสลักปิดทอง ประดับกระจกรูปช้างเอราวัณ ขนาบด้วยฉัตร เหนือเศียรช้างเอราวัณมีพระราชลัญจกรในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือรูปพระมหามงกุฏ ภายในพระอุโบสถมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเป็นภาพวาดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
นอกเหนือจากพระอุโบสถ ยังมีพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ และพระวิหารพระอินทร์แปลงซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด ภายในพระวิหาร มีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งยังคงความงดงามจนถึงปัจจุบัน

-พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ และพระวิหารพระอินทร์แปลงซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด
-จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 4
-พระอุโบสถ
-พระสัมพุทธมุนี เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ประดิษฐานอยู่ในซุ้มเรือนแก้วยอดพระมหามงกุฎ มีขนาดหน้าตักกว้าง 2 ศอก 2 นิ้ว

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufa24hrs

สถานตากอากาศบางปู

สถานตากอากาศบางปู จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2480 โดยจอมพลป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ดำริให้สร้างเป็นสถานที่พักผ่อนของประชาชนทั่วไปเนื่องด้วยติดทะเลและไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีการสร้างสะพานยื่นออกไปในทะเล ชื่อว่า “สะพานสุขตา”

ต่อมา สถานตากอากาศนี้ได้อยู่ในความดูแลของกองทัพบก ในอดีตจึงเป็นสถานพักฟื้น พักผ่อน ของทหารบกที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ และยังคงเป็นสถานตากอากาศด้วย แต่เมื่อปี พ.ศ. 2542 ได้ยุบสถานพักฟื้นลง ให้เป็นเพียงแต่ที่พักตากอากาศ ต่อมามีการปรับปรุง และเปลี่ยนชื่ออาคารเป็น “ศาลาสุขใจ”

ภายในมีร้านอาหาร ลานลีลาศ ให้บริการ นอกจากนี้ ยังมีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย จุดเด่นของสถานที่นี้คือ ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายน จะมีนกนางนวลอพยพหนีหนาวมาหากินอยู่ตามชายทะเล นักท่องเที่ยวนิยมมาให้อาหารนกนางนวล และถ่ายภาพเก็บบรรยากาศที่สวยงามยามพระอาทิตย์ตก รวมถึงยังเป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนที่สำคัญอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศทางชายทะเลด้านอ่าวไทยที่มีชื่อเสียง พื้นที่ทั้งหมด 639 ไร่ มีธรรมชาติอันสมบูรณ์ มีเส้นทางชมป่า ชมนก โดยมีจำนวนนกกว่า 200 ชนิดอาศัยอยู่ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมตลอดทั้งปี โดยเฉพาะประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี นกนางนวลจำนวนเป็นพันเป็นหมื่นตัวจะอพยพหนัหนาวจากไซบีเรียมาอาศัยอยู่ที่นี่ในช่วงฤดูหนาว

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufa24h

วัดหนองกระโดน

วัดหนองกระโดน ปัจจุบันมีพระครูนิมิตวิสุทธิคุณ หรือ “หลวงพ่ออ้วน จรณวฒโฑ” ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสลำดับที่ 17 ซึ่งท่านได้สืบสานตำรับวิชาอาคมของหลวงพ่อพวง และศึกษาฝึกปฏิบัติสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากรรมฐานจากพระอาจารย์อูทั่นชาวพม่า นอกจากนี้ยังได้ศึกษาพระเวทวิชาคาถาอาคมจากหลวงพ่อรุ่ง วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จ.นครสวรรค์ จนเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวปากน้ำโพและเป็นพระเกจิอาจารย์ที่สงเคราะห์ชาวบ้านญาติโยม จึงได้รับความเคารพนับถือในระดับแถวหน้าของนครสวรรค์เช่นกัน

หรียญรุ่นแรก ปี 2470 สร้างขึ้นเพื่อมอบให้แก่ผู้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์สร้างศาลาการเหรียญหลังใหม่ เป็นเหรียญเนื้อทองแดง หูในตัวห่วงเชื่อม เหรียญรุ่นนี้นับเป็นเหรียญหลักอีกเหรียญหนึ่งของจังหวัดนครสวรรค์ ได้รับความนิยมไม่แพ้เหรียญของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ และยังมีรูปถ่ายนั่งเต็มองค์อีก

โดยเฉพาะท่านสำเร็จวิชากสินสี่ ยิงกระสุนคต ปราบคุณไสยและมีวิชามหาทะมึนจากตำราหลวงพ่อพวง ด้วยการหุงน้ำมันมนต์รักษากระดูกซึ่งทุกวันนี้มีชาวบ้านเข้ามารับการรักษาโรคกระดูกทุกวัน ดังนั้นชาวบ้านมักจะสัมผัสได้ถึงความมีเมตตาบารมีของท่าน

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufa24hrs

หาดตะโละสะมีแล

หาดตะโละสะมีแล เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผืนดินที่หายไป หลังจากตลอดช่อง 20 ปีที่ผ่านมาคลื่นได้กัดเซาะเอาผืนดินของชาวบ้านนับร้อยๆ ไร่ หายไปในทะเล

แต่ช่วงปีหลังๆ เมื่อมีการก่อสร้างกำแพงคอนกรีตกันคลื่นกัดเซะก็ทำให้กลับมีผืนทรายงอกเงย เกิดหาดทรายสีขาวแห่งนี้ขึ้นตามแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทยระยะยาวประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่หมู่ 1 – 3 ตำบลแหลมโพธิ์ และทำให้ในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่น่าสนใจ

เกิดการค้าขาย สร้างงานสร้างรายได้แก่ชาวบ้านในพื้นที่มากขึ้น เช่น มีรีสอร์ท ห้องพัก และร้านอาหารให้บริการนักท่องเที่ยว กิจกรรมปิ้งย่าง บริการเรือบานาน่าโบ๊ท และล่องเรือชมป่าโกงกาง หาดตะโละสะมิแลยังเป็นจุดที่สามารถมองพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าและพระอาทิตย์ตกดินในช่วงเย็น

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufabet co

วัดธรรมิกราช

วัดธรรมิกราช ตั้งอยู่ด้านหน้าพระราชวังหลวงในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระยาธรรมิกราชโอรสของพระเจ้าสายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้างจึงสันนิษฐานว่าคงสร้างขึ้นก่อนที่จะสถาปนากรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมุขราชต่อมาได้เปลี่ยนชื่อตามผู้สร้างเป็นวัดธรรมิกราชหลักฐานของโบราณสถาณของวัดแสดงว่าได้รับการบูรณะมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้งในสมัยอยุธยาตอนปลาย ในคราวเสียกรุงครั้งสุดท้ายหลักฐานด้านเอกสารระบุว่าวัดนี้ถูกไฟไหม้เสียหาย

วัดธรรมิกราช เดิมชื่อ วัดมุขราช ตั้งอยู่ใน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ติดกับพระราชวังโบราณ และวัดพระศรีสรรเพชญ์ ปัจจุบันยังเป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาและปฏิบัติธรรมอยู่

-พระนอน ในวิหารพระนอน
-สิงห์ปูนปั้นอิทธิพลเขมร ตั้งอยู่ล้อมรอบเจดีย์ประธาน
-เศียรพระพุทธรูปหล่อสำฤทธิ์เป็นศิลปะสมัยอู่ทอง เดิมอยู่ในวิหารหลวงมีความศักดิ์สิทธิ์มาก กล่าวว่าผู้ใดเป็นคดีความกันมาสาบานต่อ
หน้าพระพักตร์คนผิดต้องตายหรือมีอันเป็นไปทุกคนเป็นที่กล่าวขานกันมา

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufabet

หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง ดอยปุย

หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง ดอยปุย เป็นที่อยู่ของหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง (แม้ว) อยู่เลยขึ้นไปจากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ 4 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ของ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ ที่ตั้งของดอยปุยอยู่ในแนวของเทือกเขาถนนธงชัย สูงจากระดับน้ำทะเล 1,658 เมตร

สภาพภูมิประเทศของดอยปุยเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และป่าสน และดอกไม้เมืองหนาวที่ชาวเขาปลูกไว้ ถ้ามาในช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมดอกนางพญาเสือโคร่งจะออกดอกสีชมพูสวยงาม บนดอยปุยมีอากาศหนาวเย็นและชื้นเกือบตลอดทั้งปี ทางขึ้นไปยังดอยปุยเป็นถนนลาดยาง คดเคี้ยว ทางแคบพอรถสวนกันได้ และลาดชันเป็นบางช่วง

บริเวณรอบๆ หมู่บ้านชาวเขา มีทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างยิ่งและยังสามารถมองเห็นดอยอินทนนท์เบื้องหน้าได้อย่างชัดเจนอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมได้สะดวกเพราะอยู่ใกล้ตัวเมือง เดินทางได้ทั้งรถส่วนตัวและรถแดง โดยใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ภายในหมู่บ้านมีร้านขายของที่ระลึกซึ่งมีทั้งผลิตภายในหมู่บ้านและนำมาจากที่อื่นวางขายให้แก่นักท่องเที่ยวด้วย หรือถ้าต้องการเช่าชุดชาวเขาใส่ถ่ายรูป มีให้เช่าที่ด้านหน้าทางเข้า

บ้านม้ง ดอยปุย ก็เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวหนึ่ง ซึ่งที่นี่ ก็มีชาวบ้านมาขายของที่ระลึกมากมาย มีเครื่องประดับ เสื้อผ้าอาภรณ์ มีชุดชาวเขาให้เช่าถ่ายภาพด้วย คนชอบสมุนไพร ก็มีให้บริหาร ตลอดทั้งน้ำผึ้งบนยอดดอย ก็มีให้ซื้อเป็นของที่ระลึกนอกจากนั้นก็มีสวนดอกไม้สวยๆให้เดินชม คนที่ขยันเดิน ก็ได้เห็นหลายอย่างณ หมู่บ้านแห่งนี้ มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย

ไม่ว่าจะเป็น “เส้นทางย้อนอดีตสู่ชุมชนวัฒนธรรมม้ง” กับการชมสัญลักษณ์สถานแห่งการเสด็จฯ บ้านดอยปุย ,สวนดอกไม้ , พิพิธภัณฑ์ชาวเขา “เส้นทางชมธรรมชาติ”เที่ยวชมสวนน้ำตก , การใช้หน้าไม้ , สำนักสงฆ์ดอบปุย และ”เส้นทางดอยเกษตรและภูมิปัญญาชนเผ่าม้ง” ชมแปลงเรียนรู้โครงการขยายผลโครงการหลวงดอยปุย , การปั่นเส้นใยกัญชง , การทอผ้ากัญชง , การเขียนลายผ้าด้วยเทียน ,การย้อมผ้ากัญชง และการปักผ้าม้ง เป็นต้น

 

อื่นๆเพิ่มเติม

วัดม่อนพญาแช่

วัดม่อนพญาแช่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ตรงเชิงเขา อยู่ในเขตวนอุทยานม่อนพญาแช่ มีอ่างเก็บน้ำอยู่ด้านล่าง ส่วนพระธาตุตั้งอยู่บนยอดเขาเห็นโดดเด่นแต่ไกล องค์พระธาตุไม่ปรากฏอายุการสร้าง แต่สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณไม่ต่ำกว่าพันปี มีบันไดขึ้นไปยังพระธาตุมีจำนวนถึง 585 ขั้น ลักษณะบันไดเป็นแบบบันไดนาคคล้ายกับวัดพระธาตุดอยสุเทพที่เชียงใหม่ แต่เล็กและสูงกว่าเมื่อไปถึงด้านบนสุดจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล

ประวัติ วัดม่อนพญาแช่

วัดม่อนพระยาแช่ ตั้งอยู่บนภูเขาสูงชื่อม่อนไก่เขี่ย หรือดอยยัสสะกิตติ หรือเขลางค์บรรพต ตำบลพิชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง สร้างเมื่อ พ.ศ.2353 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2501 สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 350 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุม่อนพระยาแช่ ด้วย
วัดม่อนพระยาแช่ แต่เดิมไม่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่ประจำ วัดนี้อยู่ในความอุปถัมภ์ดูแลของท่านเจ้าคุณพระธรรมจินดานายก วัดป่าดัวะ จนถึงปีพุทธศักราช 2497 ท่านชราภาพไม่สะดวกในการเอาใจใส่ จึงมอบธุระให้ท่านเจ้าคุณพระอินทวิชยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง วัดคะตึกเชียงมั่น เป็นองค์อุปถัมภ์ และเป็นประธานในการพัฒนาวัดต่อไป
พ.ศ. 2499-2502 พระครูศรีปริยัติกิติ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดม่อนพระยาแช่ ตราตั้งที่ 01/2499 ลงวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2499
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระเจ้าลูกเธอ ทั้งสองพระองค์ ได้เสด็จพระราชดำเนิน มานมัสการ พระธาตุม่อนพระยาแช่ เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2515 และได้เสด็จพระราชดำเนินไปยัง บ้านต้นต้อง ในวันเดียวกันด้วย
เนื่องจากท่านเจ้าคุณพระอินทวิชยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง ภาระในหน้าที่ของท่านมีมาก ท่านจึงได้แต่งตั้งให้พระครูประโชติคณารักษ์ เป็นเจ้าอาวาส วัดม่อนพระยาแช่ แทนท่าน เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2522 ท่านพระครูประโชติคณารักษ์ ได้ทำการพัฒนาวัด ให้เจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอด
ต่อมา สำนักงานชลประทาน (ลำปาง) ได้สร้างอ่างเก็บน้ำห้วยโจ้ ขึ้นที่ด้านหลัง วัดม่อนพระยาแช่ เพื่อกักเก็บน้ำใว้ใช้ในวัด และในปี พ.ศ. 2524 ดร.ชูวงค์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และสมาชิกสภาจังหวัดลำปาง ได้จัดสรรเงินงบประมาณ สร้างถนนลาดยางตลอดสาย จากถนนพหลโยธินจนเข้าถึงวัดม่อนพระยาแช่ รวมระยะทาง 5 กิโลเมตร
วัดม่อนพระยาแช่ เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา แห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง เป็นสถานที่เงียบสงบ ร่มรื่น จะมีสภาพบรรยากาศ ในแต่ละฤดูที่เปลี่ยนไป ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจะมีตะไคร่น้ำขึ้นอยู่ทั่วไป เหมาะจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่ไม่ไกลจากตัวเมืองลำปาง มากนัก

 

อื่นๆเพิ่มเติม

วัดเทียนถวาย

วัดเทียนถวาย อยู่ที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เป็นวัดเก่าอายุ 661 ปี
สภาพทางภูมิศาสตร์เป็นวัดเก่าและโบราณจริง ๆ สถานที่และสิ่งก่อสร้างเก่ามาก ๆ มีโบสถ์เก่าอายุ เท่าวัด ต้นไม้โบราณมาก ต้นใหญ่ เช่น ต้นตะเคียน แต่ไม่ปรากฏต้นตาลโตนดตามที่สุนทรภู่กล่าวว่า

“สูงละลิ่วทิวเมฆเป็นหมอกมน สะพรั่งต้นตาลโตนดอนาถครัน”

ปัจจุบันไม่มีต้นตาลโตนดให้หลงเหลืออยู่มีแต่ที่โล่งเตียน จากการสอบถามชาวบ้านได้ทราบว่าต้นตาลที่หมดไปเพราะบริเวณนี้น้ำท่วม หลังจากการขุดคลองรังสิตทำให้เกิดน้ำวนและมีพื้นดินงอกเพิ่มขึ้น น้ำจึงท่วมเป็นประจำ ภายหลังจึงได้สร้างเขื่อนกั้นน้ำ แต่ก็ป้องกันไม่ได้ ต้นตาลจึงตายหมด

มีผู้เล่าต่อ ๆ กันมาว่า วัดเทียนถวายนี้ สร้างมาตั้งแต่สมัยหระเจ้าอู่ทอง ราย พ.ศ. 1180 เดิมชื่อ “ วัดเกวียนไสว ” เพราะพระเจ้าอู่ทองได้อพยพผู้คนและสัมภาระหลายร้อยเล่มเกวียนเสด็จหนีโรคห่า (โรคอหิวาต์) มาพักแรม ณ สถานแห่งนี้ และโปรดให้สร้างวัดไว้ก่อนเสด็จกลับ อีกเรื่องหนึ่ง สุนทรภู่กวีเอกของไทย (พ.ศ. 2350 )ได้ร่วมขบวนโดยเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ ไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี มาถึงวัดเทียนถวาย พรรณนาไว้ในนิราศพระบาท

 

อื่นๆเพิ่มเติม

สวนตาลลุงถนอม

สวนตาลลุงถนอม ลุงถนอม ภู่เงิน หรือเจ้าของฉายา “ดร.ป.4” อดีตกำนัน ต.ถ้ำรงค์ผู้เป็นเจ้าของ “สวนตาลลุงถนอม” ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาตาลโตนด หรือกลุ่มอนุรักษ์และสืบสานตาลโตนด

อีกทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกในการปลูกต้นตาล และเป็นวิทยากรเรื่องต้นตาลหนึ่งเดียวของจังหวัดเพชรบุรี ภายในสวนตาลมีบรรยากาศร่มรื่น ลมพันเย็นสบายได้ยินเสียงนกร้องรับไม่ขาดสาย

‘สวนตาลลุงถนอม’แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาตาลโตนดหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โดนเด่นประจำจังหวัดเพชรบุรี

 

อื่นๆเพิ่มเติม