Fast food คืออะไร??เลือกกินอย่างไรให้ไม่ทำลายสุขภาพ

อาหารจานด่วน (fast food) เป็นอาหารที่มักปรุงมาจากที่อื่น แล้วนำมาอุ่นให้ร้อนอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะยกมาบริการ  ดังนั้น จะเห็นได้จากบริการอาหารตามศูนย์การค้าทั้งหลายที่มีรายการอาหารให้เลือกมากมายนับตั้งแต่ประเภทข้าวราดแกงธรรมดาไปจนถึงข้าวราดหน้าพิเศษ ก๋วยเตี๋ยว อาหารต้ม ทอด นึ่ง อบทั้งหลาย จัดเป็นอาหารอำนวยความสะดวกประเภทอาหารจานด่วนทันใจได้เช่นเดียวกัน เพราะใช้เวลาเพียงช่วงสั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการแวะซื้อระหว่างทางไป-มา การทำขายเพียงตักข้าวราดแกงใส่ถุงหรือห่อ ซึ่งเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว หรือแม้แต่การปรุงผสมส่วนผสมต่างๆ ซึ่งเตรียมไว้พร้อมแล้วเป็นก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวผัดชนิดต่างๆ ประเภทอาหารจานเดียวที่พร้อมบริโภคได้เลย ไม่มีความยุ่งยากหรือต้องใช้เวลาในการรับประทานนานนัก รวมทั้งไก่ย่างหรือทอดหรืออบหรือปรุงผสมตามสั่งทันที เป็นลาบ น้ำตก ส้มตำพืชผักต่าง ๆ พร้อมข้าวเหนียวหรือข้าวสวยเป็นชุดอาหารจานด่วน

Fast Food

อาหารเหล่านี้จะมีช่วงเวลาในการเก็บรักษาเพียงระยะเวลาสั้นเช่นเดียวกับสภาพการซื้อ การทำ และการรับประทานทันทีที่ซื้อแต่ละมื้อเท่านั้น โดยมีการประกอบธุรกิจกันมาช้านาน ข้างทางในชุมชนที่มีผู้บริโภคสัญจรไปมาระหว่างไปประกอบอาชีพการงานประจำวัน อาหารขายยี่ห้อ หรือเครื่องหมายการค้า หรืออาหารแฟรนชายส์ (Franchise food) เป็นอาหารสำเร็จรูป ปรุงเสร็จแล้วบรรจุในกล่องหรือห่อทันสมัย สามารถบริการขายได้ทันทีในระบบมวลชน คือขายยี่ห้อ ชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งมีตัวแทนไปทั่วโลก มักเป็นอาหารที่มีไขมันสูง หรือบางคนเรียกอาหารขยะ ที่ให้พลังงานสูง นักโภชนาการแห่งนิวยอร์กได้แนะนำวิธีบริโภคอาหารขายยี่ห้อที่เหมาะสมกับสุขภาพไว้ดังนี้

  •  ลดปริมาณไขมันอิ่มตัว โดยการใช้น้ำมันพืชซึ่งจะมีผลต่อปริมาณคอเลสเตอรอลแก่ร่างกายด้วย
  • จำกัดปริมาณคอเลสเตอรอล โดยจำกัดปริมาณโปรตีนจากเนื้อสัตว์บริโภคน้ำนมที่มีไขมันต่ำ นำสลัดที่ไม่มีน้ำมัน และกินไข่สัปดาห์ละ 2 ฟอง
  • มีปริมาณโปรตีนให้เพียงพอดีไม่มากเกินไป
  • มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตคอมเพลกซ์มากประมาณร้อยละ 55-65 ของพลังงานทั้งหมด หมายถึงส่วนใหญ่จะเป็นอาหารแป้งที่ยังไม่ผ่านกระบวนการแยกให้บริสุทธิ์ ยังคงมีสารอาหารอื่นปะปนอยู่ด้วย เช่น อาหารพวกพาสตา มันฝรั่ง ข้าว ผัก ขนมปัง ซีริล หรืออาหารเช้าจากธัญชาติ
  • มีเส้นใยอาหารเพิ่มขึ้น อาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ส้ม ถั่วเมล็ดแห้ง
  • จำกัดปริมาณโซเดียม
  • เลือกอาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินและเกลือแร่หลายๆ ชนิดให้เพียงพอ

แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.foodnetworksolution.com

ติดตามสาระน่ารู้ได้ที่ : https://www.bar-kay.com

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *