สวนน้ำขุนทะเล

สวนน้ำขุนทะเล ตำบลขุนทะเล อ.ลานสกา เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในสมัยโบราณเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชได้อพยพผู้คนหนีภัยโรคระบาดมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ขุนทะเล และพื้นที่ใกล้เคียง จึงนับว่าบ้านขุนทะเล อ.ลานสกา เป็นที่ตั้งของชุมชนเมืองเก่าของจังหวัดนครศรีธรรมราช จนมีคำขวัญท่องเที่ยวของตำบลขันทะเลว่า “ประวัติศาสตร์เมืองนคร ขึ้นเขาวัง ลงถ้ำน้ำ ชุ่มฉ่ำ ที่ต้นน้ำเมืองนครศรีธรรมราช”

ที่ผ่านมาแม้สวนน้ำขุนทะเลยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการ แต่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมและพักผ่อนถ่ายภาพไปเผยแพร่ในเฟซบุ๊คและโลกโซเชียลทำให้มีคนรู้สวนน้ำขุนทะเลเป็นจำนวนมาก และเดินทางมาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย

ทางวิสาหกิจกรรมชนจึงมีกำหนดเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวสวนน้ำขุนทะเลและแหล่งท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนตำบลขุนทะเลตามนโยบายของรัฐบาล โดยกำหนดเปิดเทศกาลปีท่องเที่ยวขุนทะเลขึ้นในวันที่ 13 เมษายน 2560 ณ.บริเวณฝ่ายกั้นน้ำขนาดกลางชลประทานเสาธง หมู่ 3 ต.ขุนทะเล อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งตรงกับวันมหาสงกรานต์ประจำปี 2560 พอดี คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมกิจกรรมและท่องเที่ยวสวนน้ำขุนทะเลอย่างคึกคัก

ปัจจุบันกลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวขันทะเล ได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ฝายกั้นน้ำขนาดกลางชลประทานเสาธง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 3 ต.ขุนทะเล อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติแห่งใหม่ โดยเหนือฝายมีพื้นที่กักเก็บน้ำเป็นบริเวณกว้าง น้ำสีเขียว สะอาด โอบล้อมด้วยแมกไม้และขุนเขา ทำให้อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ เล่นน้ำ นั่งเรือถีบ เรือพาย เรือคายัค มีอาหาร ร้านค้าจำหน่ายสินค้าที่ระลึก และยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอีกด้วย

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufabet co

วัดเสนาสนาราม

วัดเสนาสนาราม ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดโบราณ

สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับการปฏิสังขรณ์โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยปฏิสังขรณ์ทั้งวัด แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2406 และพระราชทานนามใหม่ว่า วัดเสนาสนาราม เป็นวัดธรรมยุติกนิกาย
ศาสนสถานที่สำคัญของวัดได้แก่ พระอุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา หน้าบันด้านหน้าและด้านหลังเป็นไม้แกะสลักปิดทอง ประดับกระจกรูปช้างเอราวัณ ขนาบด้วยฉัตร เหนือเศียรช้างเอราวัณมีพระราชลัญจกรในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือรูปพระมหามงกุฏ ภายในพระอุโบสถมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเป็นภาพวาดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
นอกเหนือจากพระอุโบสถ ยังมีพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ และพระวิหารพระอินทร์แปลงซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด ภายในพระวิหาร มีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งยังคงความงดงามจนถึงปัจจุบัน

-พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ และพระวิหารพระอินทร์แปลงซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด
-จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 4
-พระอุโบสถ
-พระสัมพุทธมุนี เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ประดิษฐานอยู่ในซุ้มเรือนแก้วยอดพระมหามงกุฎ มีขนาดหน้าตักกว้าง 2 ศอก 2 นิ้ว

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufa24hrs

วิมานพญาแถน (พญาคันคาก)

วิมานพญาแถน (พญาคันคาก) จังหวัดยโสธร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่เกิดขึ้นใหม่ที่มีความเป็น แลนด์มาร์ค ใหม่ประจำหนังหวัดยโสธร

จังหวัดยโสธร เป็นจังหวัดที่มีประเพณีการปฏิบัติสืบเนื่องกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะประเพณีที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อ และวิถีชีวิตของชาวยโสธร ซึ่งมีความเชื่อว่าโลกนั้นประกอบด้วย โลกมนุษย์ โลกเทวดา และโลกบาดาล โดยโลกมนุษย์อยู่ภายใต้อิทธิพลของโลกเทวดาซึ่งขาวอีสานเรียกเทวดาว่าพญาแถน ซึ่งพญาแถนมีอิทธิพลต่อ ฝน ฟ้า ลม หากมนุษย์ทำให้พญาแถนโปรดปรานหรือพอใจ ก็จะบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล จึงเกิดพิธีการบูชาพญาแถนโดยการใช้บั้งไฟ เพื่อแสดงการเคารพและเป็นการขอฝนจากพญาแถน อันเป็นที่มาของประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธรอันโด่งดัง จากตำนานเรื่องเล่าอันถือว่ามีความสำคัญต่อจังหวัดยโสธรดังกล่าวข้างต้น จังหวัดยโสธรจึงจัดสร้าง “วิมานพญาแถน” ขึ้นบริเวณลำทวนเพื่อใช้เป็นสถานที่ที่แสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีของจังหวัด เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัด ซึ่งภายในวิมานพญาแถนนั้นประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่สะท้อนถึงตำนานบุญบั้งไฟของยโสธร คือ อาคารวิมานพญาแถน อาคารพญานาค อาคารพญาคันคาก และประติมากรรมขบวนแห่บั้งไฟ สำหรับอาคารพญาคันคากที่เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวนั้น สร้างขึ้นเป็นรูปร่างพญาคันคาก มีความสูง 19 เมตร ภายในอาคารประกอบด้วยพื้นที่จัดนิทรรศการจำนวน 4 ชั้น ได้แก่
ชั้นที่ 1 แสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองยโสธร
ชั้นที่ 2 ตำนานพญาแถนและพญาคันคาก
ชั้นที่ 3 ตำนานและเรื่องราวของบั้งไฟ
ชั้นที่ 4 อัตลักษณ์เมืองยโสธร

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufabet co

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย สักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักบุญแห่งล้านนาไทย และปูชนียบุคคลที่ชาวเชียงใหม่เคารพศรัทธา มาจนถึงปัจจุบัน โดยเรื่องราวของครูบาศรีวิชัยนั้นมีความผูกพันกับประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่เป็นอย่างมากเนื่องจากท่านเป็นผู้ที่มีบทบาทในการฟื้นฟูวัดวาอาราม

โบราณสถานต่างๆ ในแถบภาคเหนือ ที่ทรุดโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง และที่สำคัญครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนให้ประชาชนชาวเหนือ ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้นไปสู่วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกเส้นทาง ขึ้นดอยสุเทพ ที่ทำให้เรามีโอกาสได้ขึ้นไปชื่นชมความงามของธรรมชาติและกลิ่นอายแห่งอารยธรรมล้านนาในทุกวันนี้ นอกจากนี้หลายคนยังเชื่อกันว่า เพียงได้มาไหว้ครูบาศรีวิชัยก็เสมือนได้กราบสักการะพระบรมธาตุเลยทีเดียว ขณะเดียวกัน ยังมีการทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ในยามเช้าที่บริเวณลานครูบาศรีวิชัย โดยนักท่องเที่ยว ควรแต่งกายสุภาพ และหากไม่สะดวกที่จะเตรียมของใส่บาตรมาเอง ก็มีพ่อค้าแม่ค้าจำหน่ายของใส่บาตร ต่อผู้มีจิตศรัทธาอยู่ในบริเวณนั้น

ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนให้ประชาชนชาวเหนือร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้นไปสู่วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ โดยเริ่มลงมือ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2477 แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2478 รวมระยะทาง 10 กม.
วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เดินทางตามถนนห้วยแก้ว ผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ระหว่างทางจะมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่อยู้ด้านล่าง ระยะทางจากเชิงดอยถึงวัดประมาณ 11 กม. ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง
วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้เป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาที่จังหวัดนี้จะต้องขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุกันทุกคน หากใครไม่ได้ขึ้นไปนมัสการแล้ว ถือเสมือนว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่ มีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุในวันเพ็ญวิสาขบูชาทุกปี

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufa24h

สถานตากอากาศบางปู

สถานตากอากาศบางปู จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2480 โดยจอมพลป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ดำริให้สร้างเป็นสถานที่พักผ่อนของประชาชนทั่วไปเนื่องด้วยติดทะเลและไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีการสร้างสะพานยื่นออกไปในทะเล ชื่อว่า “สะพานสุขตา”

ต่อมา สถานตากอากาศนี้ได้อยู่ในความดูแลของกองทัพบก ในอดีตจึงเป็นสถานพักฟื้น พักผ่อน ของทหารบกที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ และยังคงเป็นสถานตากอากาศด้วย แต่เมื่อปี พ.ศ. 2542 ได้ยุบสถานพักฟื้นลง ให้เป็นเพียงแต่ที่พักตากอากาศ ต่อมามีการปรับปรุง และเปลี่ยนชื่ออาคารเป็น “ศาลาสุขใจ”

ภายในมีร้านอาหาร ลานลีลาศ ให้บริการ นอกจากนี้ ยังมีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย จุดเด่นของสถานที่นี้คือ ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายน จะมีนกนางนวลอพยพหนีหนาวมาหากินอยู่ตามชายทะเล นักท่องเที่ยวนิยมมาให้อาหารนกนางนวล และถ่ายภาพเก็บบรรยากาศที่สวยงามยามพระอาทิตย์ตก รวมถึงยังเป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนที่สำคัญอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศทางชายทะเลด้านอ่าวไทยที่มีชื่อเสียง พื้นที่ทั้งหมด 639 ไร่ มีธรรมชาติอันสมบูรณ์ มีเส้นทางชมป่า ชมนก โดยมีจำนวนนกกว่า 200 ชนิดอาศัยอยู่ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมตลอดทั้งปี โดยเฉพาะประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี นกนางนวลจำนวนเป็นพันเป็นหมื่นตัวจะอพยพหนัหนาวจากไซบีเรียมาอาศัยอยู่ที่นี่ในช่วงฤดูหนาว

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufa24h

วัดหนองกระโดน

วัดหนองกระโดน ปัจจุบันมีพระครูนิมิตวิสุทธิคุณ หรือ “หลวงพ่ออ้วน จรณวฒโฑ” ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสลำดับที่ 17 ซึ่งท่านได้สืบสานตำรับวิชาอาคมของหลวงพ่อพวง และศึกษาฝึกปฏิบัติสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากรรมฐานจากพระอาจารย์อูทั่นชาวพม่า นอกจากนี้ยังได้ศึกษาพระเวทวิชาคาถาอาคมจากหลวงพ่อรุ่ง วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จ.นครสวรรค์ จนเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวปากน้ำโพและเป็นพระเกจิอาจารย์ที่สงเคราะห์ชาวบ้านญาติโยม จึงได้รับความเคารพนับถือในระดับแถวหน้าของนครสวรรค์เช่นกัน

หรียญรุ่นแรก ปี 2470 สร้างขึ้นเพื่อมอบให้แก่ผู้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์สร้างศาลาการเหรียญหลังใหม่ เป็นเหรียญเนื้อทองแดง หูในตัวห่วงเชื่อม เหรียญรุ่นนี้นับเป็นเหรียญหลักอีกเหรียญหนึ่งของจังหวัดนครสวรรค์ ได้รับความนิยมไม่แพ้เหรียญของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ และยังมีรูปถ่ายนั่งเต็มองค์อีก

โดยเฉพาะท่านสำเร็จวิชากสินสี่ ยิงกระสุนคต ปราบคุณไสยและมีวิชามหาทะมึนจากตำราหลวงพ่อพวง ด้วยการหุงน้ำมันมนต์รักษากระดูกซึ่งทุกวันนี้มีชาวบ้านเข้ามารับการรักษาโรคกระดูกทุกวัน ดังนั้นชาวบ้านมักจะสัมผัสได้ถึงความมีเมตตาบารมีของท่าน

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufa24hrs

หาดตะโละสะมีแล

หาดตะโละสะมีแล เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผืนดินที่หายไป หลังจากตลอดช่อง 20 ปีที่ผ่านมาคลื่นได้กัดเซาะเอาผืนดินของชาวบ้านนับร้อยๆ ไร่ หายไปในทะเล

แต่ช่วงปีหลังๆ เมื่อมีการก่อสร้างกำแพงคอนกรีตกันคลื่นกัดเซะก็ทำให้กลับมีผืนทรายงอกเงย เกิดหาดทรายสีขาวแห่งนี้ขึ้นตามแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทยระยะยาวประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่หมู่ 1 – 3 ตำบลแหลมโพธิ์ และทำให้ในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่น่าสนใจ

เกิดการค้าขาย สร้างงานสร้างรายได้แก่ชาวบ้านในพื้นที่มากขึ้น เช่น มีรีสอร์ท ห้องพัก และร้านอาหารให้บริการนักท่องเที่ยว กิจกรรมปิ้งย่าง บริการเรือบานาน่าโบ๊ท และล่องเรือชมป่าโกงกาง หาดตะโละสะมิแลยังเป็นจุดที่สามารถมองพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าและพระอาทิตย์ตกดินในช่วงเย็น

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufabet co

อ่างกาหลวง

อ่างกาหลวง ตั้งอยู่บนยอดดอยอินทนนท์ ภายในเป็นป่าเมฆซึ่งเป็นป่าดิบเขาที่เห็นได้ในบริเวณดอยอินทนนท์ บรรยากาศในอ่างกาหลวงปกคลุมด้วยเมฆที่ลอยพัดผ่านเข้ามาตลอดเวลา อากาศจึงชื้นและเต็มไปด้วยละอองน้ำ ทำให้ต้นไม้ใหญ่ในป่าดิบเขามีมอสและเฟินขึ้นหุ้มเต็มต้นจนแลดูราวกับป่าในยุคดึกดำบรรพ์ สองข้างทางจะมีโอกาสได้เห็นพืชที่ชอบความชื้น

เช่น มอส เฟิน ฝอยลม ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น โอบล้อมต้นไม้น้อยใหญ่จนดูเหมือนต้นไม้ใส่เสื้อเลยทีเดียว เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกานี้เป็นเส้นทางรวมระยะทางประมาณ 300 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินโดยใช้สะพานไม้ เพื่อป้องกันมิให้เหยียบย่ำธรรมชาติอันเปราะบางเสียหาย เส้นทางจะวนกลับมา ณ จุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกา มีป้ายให้ความรู้เรื่องธรรมชาติตลอดเส้นทาง

ดอยอินทนนท์ ในอดีตป่าไม้ทางภาคเหนืออยู่ในความควบคุมของเจ้า ผู้ครองนครต่าง ๆ สมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์สุดท้าย ซึ่งพระองค์ให้ความสำคัญกับป่าไม้อย่างมาก โดยเฉพาะป่าในบริเวณดอยหลวง และทรงรับสั่งว่า หากสิ้นพระชนม์ลงให้นำอัฐบางส่วน ขึ้นไปสร้างสถูปบรรจุไว้บนดอยนี้ จึงมีนามเรียกขานว่า “ดอยอินทนนท์” ซึ่งเดิมดอยนี้มีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” ดอยหลวง มาจากขนาดของดอยที่ใหญ่มาก ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “ดอยหลวง” (หลวง: เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ใหญ่)

เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา หรือ อ่างกาหลวง ดอยดินทนนท์ จ.เชียงใหม่ แหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยพืชนานาพันธุ์ ภายในมีสะพานไม้ให้เดินระยะทางเกือบ 300 เมตร ถึงจะเป็นเส้นทางสั้น ๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความสวยงามปนกับความพิศวง ให้อารมณ์ป่าฝน อากาศเย็นสบาย เหล่าบรรดามอส ไล่ขึ้นตามขอบและราวจับของสะพาน เป็นจุดถ่ายรูปที่น่าสนใจมากทีเดียว และหากมีฝนตกปรอย ๆ บอกเลยว่ายิ่งงดงามมาก

 

อื่นๆเพิ่มเติม 
สนับสนุนโดย ufa24h

วัดธรรมิกราช

วัดธรรมิกราช ตั้งอยู่ด้านหน้าพระราชวังหลวงในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระยาธรรมิกราชโอรสของพระเจ้าสายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้างจึงสันนิษฐานว่าคงสร้างขึ้นก่อนที่จะสถาปนากรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมุขราชต่อมาได้เปลี่ยนชื่อตามผู้สร้างเป็นวัดธรรมิกราชหลักฐานของโบราณสถาณของวัดแสดงว่าได้รับการบูรณะมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้งในสมัยอยุธยาตอนปลาย ในคราวเสียกรุงครั้งสุดท้ายหลักฐานด้านเอกสารระบุว่าวัดนี้ถูกไฟไหม้เสียหาย

วัดธรรมิกราช เดิมชื่อ วัดมุขราช ตั้งอยู่ใน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ติดกับพระราชวังโบราณ และวัดพระศรีสรรเพชญ์ ปัจจุบันยังเป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาและปฏิบัติธรรมอยู่

-พระนอน ในวิหารพระนอน
-สิงห์ปูนปั้นอิทธิพลเขมร ตั้งอยู่ล้อมรอบเจดีย์ประธาน
-เศียรพระพุทธรูปหล่อสำฤทธิ์เป็นศิลปะสมัยอู่ทอง เดิมอยู่ในวิหารหลวงมีความศักดิ์สิทธิ์มาก กล่าวว่าผู้ใดเป็นคดีความกันมาสาบานต่อ
หน้าพระพักตร์คนผิดต้องตายหรือมีอันเป็นไปทุกคนเป็นที่กล่าวขานกันมา

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufabet

วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน

วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าหลวงตาบัวเป็นวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ อยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี และตอนนี้ทางวัดได้รับได้รับ การตั้งเป็น สวนสัตว์สาธารณะ จาก กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เป็นที่เรียบร้อย และเป็นวัดแรกในเมืองไทยด้วยครับ

เพราะทางวัดได้มีการดูแลเสือ และสัตว์ต่างๆเป็นอย่างดี และอาจจะดีกว่าสวนสัตว์เอกชนหลายแห่งที่มีอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากทางวัดมีพื้นที่เพียงพอสำหรับสัตว์ มีสัตว์แพทย์คอยดู แลด้านสุขภาพและมีความพร้อมทางด้านอาหารของสัตว์

เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์เสือและสัตว์ป่าหลายชนิดอยู่ด้วยกันอย่างอิสระตามธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะพบเห็นวิถีชีวิตการอยู่ร่วมกันของสัตว์ต่างๆ โดยสันติและสัตว์เหล่านั้นยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อพระและผู้คนทั่วไป ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยวชมกันมาก เปิดทุกวัน เวลา 12.00-15.00น. สำหรับการถ่ายรูปและใกล้ชิดกับเสือ

 

อื่นๆเพิ่มเติม
สนับสนุนโดย ufa24hrs