วัดอาม่า (A Ma Temple)

วัดอาม่า สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1488 ก่อนที่จะมีเมืองมาเก๊าอีก จึงกลายเป็นวัดที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง เป็นสัญลักษณ์แห่งตัวแทนของวัฒนธรรมจีน สร้างขึ้นมาจากแรงบันดาลใจทั้งทางพุทธศาสนา ลัทธิขงจื้อ ลัทธิเต๋า และความเชื่อพื้นบ้านต่างๆ

ทำให้วัดอาม่าเป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และยังถือเป็น 1 ใน 22 สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของมาเก๊า ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจาก UNESCO ในปี ค.ศ. 2005 อีกด้วยค่ะ

ตัววัดตั้งอยู่บริเวณเขาบาร์รา สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายให้กับอาม่า เทพธิดาแห่งท้องทะเล เชื่อกันว่า ชื่อของมาเก๊ามาจากตำนานของหญิงสาวชาวฟูเจียนชื่อหลิงม่า ที่อยากจะข้ามฝั่งมายังคาบสมุทรเอ้าเหมิน จึงขอโดยสารมากับเรือเล็กๆ ของชาวประมง แต่พอเรือมาถึงกลางทะเลก็เกิดพายุใหญ่ทำให้เรือหลายลำล่ม แต่เรือของหลิงม่านั้นมาถึงฝั่งได้อย่างปาฏิหาริย์ เมื่อเธอก้าวเท้าเหยียบฝั่ง ตัวเธอก็ลอยขึ้นและหายลับไปบนฟ้า ชาวประมงทั้งหลายก็เลยเชื่อว่าเธอคือเทพธิดาแห่งท้องทะเล เลยเรียกดินแดนตรงนี้ว่า A-Ma Goa (อาม่าก๊อก) แปลว่า อ่าวของอาม่า นานๆ ไปจึงเพี้ยนมาเป็นชื่อมาเก๊านั่นเองค่า

ปัจจุบันอาม่าจึงเป็นเทพธิดาที่ชาวประมงชาวจีนนับถือและเคารพกันอย่างมาก เพราะเป็นเทพที่คุ้มครองภัยอันตรายในการเดินทาง คลาดแคล้วจากอุบัติเหตุ ใครที่ทำธุรกิจการค้าด้านการขนส่งควรมาสักการะเพื่อขอให้การเดินทางราบรื่น ปลอดภัย ไม่มีอุปสรรคใดๆ อ่านต่อ

ป้อมอัครา (Agra fort)

ป้อมอัครา หรือที่รู้จักอีกชื่อนึงว่าป้อมแดง ตั้งอยู่ที่เมืองอัครา (Agra) อดีตเมืองหลวงของอินเดีย ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา (Yomuna) ในรัฐอุตตรประเทศ (Uttar Pradesh)
ห่างจากทัชมาฮาลเป็นระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นป้อมปราการหินทรายแดงขนาดใหญ่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) !!

อดีตป้อมนี้เป็นเพียงป้อมปราการที่ทำขึ้นจากอิฐ สร้างโดยราชบุตรแห่งวงศ์ศิกวะ (Sikarwar) ก่อนจะมีทัชมาฮาลซะอีก และมีการสร้างเรื่อยมาใช้เวลากว่า 95 ปี เรียกว่าผ่านมาถึงสามยุคของกษัตริย์ในราชวงศ์โมกุลกันเลยทีเดียว

เมื่อมาถึงจะเจอกับประตูทางเข้าอามาร์ สิงห์ (Amar Singh Gate) สูงประมาณ 21 เมตร ยาวถึง 2.4 กิโลเมตร ด้านนอกว่าว้าวแล้ว เข้ามาข้างในก็ยังว้าวได้อีกกับชั้นที่สองอย่างฮาติ โพล (Hathi pol) หรือ เอเลเฟ่น เกท (Elephant Gate) กำแพงสู๊งงงที่ในอดีตใครคิดจะบุกเข้ามาก็ต้องมีคิดหนัก

อาคารส่วนใหญ่ของป้อมสร้างในสถาปัตยกรรมแบบเบงกอล (Bengal) และคุชราต (Gujarat) ส่วนสิ่งก่อสร้างเด่นๆ ของป้อมอัครามีเพียบ ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังชะฮันครี (Jahangir Palace) พระราชวังเดียวที่แยกตัวออกจากกำแพงป้อม

สร้างโดยกษัตริย์อัคบาร์ (Akbar) หรือจะเป็นท้องพระโรงสำหรับออกว่าราชการทั่วไปอย่างดิวัน อิ อัม (Diwan-i-am) ท้องพระโรงส่วนพระองค์อย่างดิวัน-อิ-กัส (Diwan-i-Khas) มัสยิด (Masjid) อ่านต่อ

ภูเขาไท่ซาน (Mount Tai)

ภูเขาไท่ซาน ถูกยกให้เป็นพี่ใหญ่แห่ง 5 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของจีน (Chief of the Five Sacred Mountains ) และเป็นภูเขาลูกแรกใต้สวรรค์ (First Mountain under Heaven)

ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์และความเชื่อทางศาสนาดั้งเดิมคือ ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบกว้างใหญ่ และหันหน้าเข้าหาทะเลที่ไร้จุดสิ้นสุด ทำให้ภูเขาไท่ซานดูสูงสง่า อุดมสมบูรณ์เมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ถูกจัดให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมจากยูเนสโก (UNESCO) ในปีค.ศ. 1987

ภูเขาไท่ซานตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจีน โดยชาวจีนเองเชื่อว่าทิศตะวันออกเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและความโชคดี เพราะเป็นทิศที่พระอาทิตย์ขึ้นนั่นเอง จักรพรรดิหลายพระองค์ของจีนซึ่งรวมไปถึงจักรพรรดิฉิน หรือจิ๋นซีฮ่องเต้(Qin Shihuang)จักรพรรดิหญิงพระองค์แรกของจีน บูเช็กเทียน (Wu zetian) กษัตริย์หญิงพระองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน หรือแม้แต่จักรพรรดิเฉียนหลง (Emperor Qian Long) จักรพรรดิที่ปกครองประเทศจีนยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ต่างก็ล้วนเคยมาที่นี่เพื่อทำพิธีบวงสรวงมาแล้วทั้งสิ้น อ่านต่อ

มหาเจดีย์พุทธนาถ (Boudhanath Stupa)

มหาเจดีย์พุทธนาถ เจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเนปาล!! ตั้งอยู่ในหมู่บ้านชาวทิเบต ห่างจากเมืองกาฐมาณฑุประมาณ 8 กิโลเมตรค่ะ เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำ มีความสูง 38 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 32 เมตร

เป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธและฮินดู สร้างตามความเชื่อที่ว่าเป็นการจำลองสวรรค์ จุดเด่นอยู่ที่ดวงตาเห็นธรรมหรือดวงตาแห่งปัญญา (Wisdom Eyes) ทั้ง 4 ด้าน ซึ่งไม่เหมือนเจดีย์องค์อื่นๆ ในโลก เจดีย์ทุกองค์ในเนปาลจะต้องมีดวงตาเห็นธรรมอยู่ด้วยค่ะ เพราะชาวเนปาลเชื่อว่าดวงตาของพระพุทธเจ้าจะคอยมองดูโลกมนุษย์..

อีกจุดเด่นของที่นี่คือธงมนตรา 5 สีที่ชาวเนปาลเอามาแขวนไว้รอบองค์เจดีย์ ซึ่งชาวบ้านก็จะแขวนไว้ตามช่องแนวเขาและอาคารบ้านเรือนด้วยเหมือนกันค่ะ เพราะเป็นธงที่ได้รับการจารึกบทสวดมนต์และปลุกเสกแล้ว

เชื่อกันว่าเมื่อลมพัดจะช่วยให้บทสวดมนต์ที่สวดไว้คุ้มครองคนที่ผ่านไปมานั่นเอง และมหาเจดีย์พุทธนาถยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1979 อีกด้วย อ่านต่อ

วัดเสวียนคง (Hanging Temple)

วัดเสวียนคง (Hanging Temple) หรือวัดลอยฟ้า ที่เมืองต้าถง (Datong) มณฑลซานซี (Shanxi Province) ด้วยความที่เป็นวัดที่มีลักษณะเหมือนกำลังแขวนอยู่บนหน้าผาด้านตะวันตกของหุบเขาจินเซีย (Jinxia Gorge) ซึ่งอยู่สูงจากพื้นกว่า 50 เมตร และดูเหมือนมีเพียงแค่ไม้เล็กๆ คอยค้ำเอาไว้เท่านั้น ไม่แปลกใจเลยที่วัดนี้จะถูกขนานนามว่าเป็นวัดลอยฟ้านั่นเอง

มีอายุเก่าแก่มากกว่า 1,400 ปีแล้ว โดยอารามที่หลงเหลืออยู่ให้เห็นในปัจจุบันนั้นได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ในราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty) และราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty) มานี้เองจ้า

เหตุผลที่วัดเสวียนคนแห่งนี้สามารถทนแดด ฝน ลม พายุมาได้ยาวนานนับพันกว่าปีขนาดนี้ ก็เพราะผู้สร้างต้องการปกป้องตัววัดไม่ให้ผุกร่อนจากสภาพดินฟ้าอากาศตามธรรมชาติ จึงต้องสร้างวัดเสวียนคงให้อยู่ในลักษณะเหมือนลอยฟ้า เพราะการทำแบบนี้สามารถป้องกันวัดจากน้ำท่วม ยอดเขาก็ช่วยปกป้องตัววัดจากฝน และหิมะ และภูเขารอบๆ วัดก็ช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากแสงแดดเป็นเวลานานๆ

อีกเหตุผลหนึ่งนั่นก็คือ ผู้สร้างสร้างตามหลักในลัทธิเต๋า คือ ไร้เสียงรบกวน ซึ่งรวมไปถึงเสียงไก่ขัน หรือเสียงหมาหอนด้วยนั่นเองจ้า เพราะเมื่อวัดถูกสร้างสูงจากพื้นดิน เสียงเหล่านั้นก็จะเงียบหายไปทำให้ไม่ได้ยินนั่นเอง ปรบมือรัวๆ ให้กับภูมิปัญญาของชาวจีนในสมัยนั้นจริงๆ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างมากมายจากหลากหลายประเทศ อย่างเช่น อังกฤษ เยอรมัน และอิตาลี ที่เคยมาเยี่ยมชมที่นี่แล้วต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า วัดเสวียนคงเป็นการผสมผสานทางกลศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ และพุทธศาสนาเข้าไว้ด้วยกันซึ่งเป็นอะไรที่หายากมาก สถาปัตยกรรมและทุกๆ อย่างของที่นี่ แสดงถึงความสำเร็จทางวัฒนธรรมของชาวจีนโดยแท้ บอกเลยว่าเลิศค่ะ

นอกเหนือจากความงามและแปลกตาภายนอกของวัดเสวียนคงแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ดึงดูดผู้คนมากมายให้มาที่นี่นั่น ก็คือวัดพุทธศาสนาลัทธิเต๋า และขงจื๊อนั่นเอง โดยภายในวัดจะมีรูปปั้นศากยมุนี (Sakyamuni) ขงจื๊อ (Confucius) และเล่าจื๊อ (Laotz) อยู่ด้วยกันอีกด้วย อ่านต่อ

ยอดเขาเอเวอเรสต์ (Mount Everest)

ยอดเขาเอเวอเรสต์ ยอดเขาที่ใครๆ ก็ต้องเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมาอย่างแน่นอนนน เพราะเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ที่กลุ่มนักปีนเขาต้องการจะมาพิชิตกันให้ได้สักครั้งในชีวิตต อยู่ในแนวเทือกเขาหิมาลัย

มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 29,035 ฟุต หรือ 8,848 เมตรค่ะ เป็นภูเขาหินดินดานผสมกับหินปูนและหินอ่อน เกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลก ทุกๆ ปีพอแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัวเข้าหากันจนเกิดการโก่งตัวของแผ่นเปลือกโลก ทำให้ยกตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ปีละประมาณ 0.25 นิ้ว ซึ่งเกิดขึ้นมายาวนานมากกว่า 60 ล้านปี

ด้วยความที่ยอดเขาเอเวอเรสต์มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมาก จึงทำให้มีความกดอากาศต่ำ บนยอดเขามีออกซิเจนแค่ 1 ใน 3 ของออกซิเจนในบรรยากาศปกติเอง อากาศหนาวเย็นจับใจในช่วงหน้าหนาว มีหิมะปกคลุมยอดเขาตลอดทั้งปี ต้องไต่เขาขึ้นไปท่ามกลางลมแรงๆ โชคไม่ดีอาจจะเจอพายุหิมะได้ จึงยากมากกกที่จะมีผู้มาพิชิตยอดเขานี้ได้ อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์สุสานทหารจิ๋นซีฮ่องเต้ (Terracotta Warriors and Horses)

พิพิธภัณฑ์สุสานทหารจิ๋นซีฮ่องเต้ (Terracotta Warriors and Horses) ได้มีการค้นพบรูปปั้นทหารนักรบทำจากดินเผานับพันตัว ในปี ค.ศ. 1974  บริเวณเมืองซีอาน (Xian) มณฑลส่านซี (Shaanxi) ซึ่งเป็นการค้นพบที่โด่งดังสุดๆ ในวงการโบราณคดีในช่วงศตวรรษที่ 20 เลย โดยจักรพรรดิจิ๋นซี หรือจิ๋นซีฮ่องเต้ที่เรารู้จักในหนังฮ่องกง อย่างเรื่องเจาะเวลาหาจิ๋นซี เป็นผู้สั่งให้สร้างรูปปั้นทหารนักรบเหล่านี้ขึ้น เพราะเชื่อว่า จะสามารถตามไปปกป้องรับใช้พระองค์หลังสิ้นพระชนม์ไปแล้ว สุสานอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองซีอาน ใกล้ๆ กับย่านหลินถง (Lintong)  ปัจจุบันองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้จัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศจีนอีกด้วย

ภายในสุสานมีรูปปั้นทหารนักรบทำจากดินเผากว่า 8,000 ตัว รูปปั้นม้าอีก 670 ตัว และรถม้าอีกกว่า 130 ตัวที่ได้รับการเปิดเผย ลักษณะของรูปปั้นทหารนักรบแต่ละตัวจะมีเอกลักษณ์ มีความยูนีคในแบบของตัวเอง ซึ่งแต่ละตัวนั้นจะไม่เหมือนกันทั้งหน้าตา ท่าทาง เครื่องแต่งกาย และความสูง โดยเฉลี่ยแล้วก็จะสูงราวๆ 1.85 เมตร นอกจากนี้รูปปั้นเหล่านี้ไม่ใช่รูปปั้นธรรมดาๆ แต่ละตัวเค้าก็จะมียศ มีตำแหน่งของตัวเองอีกด้วย อ่านต่อ

อิลลูลิแซท ไอซ์ฟยอร์ด, ดิสโก้เบย์ (Ilulissat Icefjord, Disko Bay)

อิลลูลิแซท ไอซ์ฟยอร์ด ดิสโก้เบย์ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ สถานที่เช็คอินยอดฮิตของนักท่องเที่ยว เรียกได้ว่าดิสโก้เบย์นั้นดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวกรีนแลนด์มากขึ้นทุกปี การขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินเที่ยวชมเมือง เป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งของที่นี่ วิวทิวทัศน์จากมุมสูง เมื่อเรามองลงมาภาพของอ่าวดิสโก้เบย์ที่เราเห็นนั้นไม่แตกต่างอะไรไปจากผลงานวาดภาพทิวทัศน์ชั้นดี ภาพพื้นดินที่ถูกตัดแบ่งด้วยสีฟ้าขาวโพลนของพื้นน้ำแข็งไกลสุดลูกหูลูกตานั้น จะเป็นภาพจดจำไว้ให้เราเล่าต่อประสบการณ์การท่องเที่ยวครั้งนี้ได้อย่างดี

อิลลูลิแซท เป็นเมืองหลักในดิสโก้เบย์ส่วนหนึ่งของการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาที่นี่คือ การเยี่ยมชม อิลลูลิแซท ไอซ์ฟยอร์ด ถูกจัดให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ตั้งอยู่ 250 กิโลเมตรเหนือห่างจากอาร์กติกเซอร์เคิล ทางปากอ่าวของทะเล Sermeq Kujalleq ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ธารน้ำแข็งของกรีนแลนด์ที่ไหลลงสู่ทะเล การเยี่ยมชม อ่านต่อ

ธารน้ำแข็งอิควิ (The Eqi Glacier)

ธารน้ำแข็งอิควิ เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่รองลงมาจาก Sermeq Kujalleq ใน Icefjord และมีชื่อเสียงที่สุดของกรีนแลนด์ ตั้งอยู่ห่างออกไประยะทาง 80 กิโลเมตร สุดเขตทางเหนือจากตัวเมืองอิลลูลิแซท ธารน้ำแข็งอิควิมีขนาดกว้าง 5 กิโลเมตร และมีกำแพงน้ำแข็งขนาดใหญ่ 200 เมตร
การได้มาเห็น สัมผัสประสบการณ์ สำรวจธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดนั้น เป็นกิจกรรมแปลกใหม่ที่ควรลอง และห้ามพลาดเมื่อมาถึงกรีนแลนด์ค่ะ เราสามารถเข้าถึงธารน้ำแข็งอิควิได้โดยเรือเหล็กขนาดไม่ใหญ่มาก โดยต้องซื้อทัวร์ล่วงหน้า กิจกรรมหลักๆ ของการสำรวจธารน้ำแข็งอิควิ ได้แก่ การล่องเรือบนธารน้ำแข็ง สำรวจก้อนน้ำแข็งมหึมาที่กำลังเคลื่อนตัว เมื่อน้ำแข็งก้อนยักษ์เคลื่อนตัวจะมีเสียงดังกึกก้อง อันนี้คือไฮไลท์ที่เหล่านักท่องเที่ยวต้องร้องดัง ว้าวว! รีบยกกล้องขึ้นมาอัดวิดีโอไว้เป็นความทรงจำที่ยากจะได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง

ต่อจากนั้นเรือจะพาเราล่องผ่านช่องแคบ Ataa ซึ่งล้อมรอบไปด้วยแนวเขา ชมนก และน้ำตกที่อยู่ใจกลางธารน้ำแข็งแห่งนี้ จากนั้นเรือก็จะล่องสำรวจต่อไปยัง ชุมชน Oqaatsut  ที่ตั้งอยู่เรียบชายฝั่งทะเลเส้นทางผ่านไปยัง อ่านต่อ

หมู่บ้านป๊อปอาย (Popeye’s Village)

หมู่บ้านป๊อปอาย หรือ   สวีทเฮฟเว่น วิลเลจ  (Sweet haven  Village) เป็นเกาะริมทะเลน่ารัก ตั้งอยู่ในอ่าวแองเคอร์ (Anchor Bay) เป็นหมู่บ้านเรือประมงริมทะเล สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1980 เพื่อเป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์เพลงเรื่องป๊อปอาย ของ Paramount Pictures และ Walt Disney Productions นำแสดงโดยโรบิน วิลเลียม

การ์ตูนเรื่องนี้เป็นแนวตลกผจญภัยที่โด่งดัง และป๊อปอายกะลาสีเรือมีเอกลักษณ์จากการคาบไปป์ กินผักโขมเเพื่อพิ่มพลัง จะได้มีแรงไปช่วยโอลีฟออยล์สาวคนรัก ที่มักจะถูกลวมลามรังแก จากบรูโตจอมซ่าส์ที่เป็นทั้งคู่กัด และคู่แข่งทางหัวใจ
ซึ่งจากความโด่งดังของการ์ตูนป๊อปอาย บวกกับบรรยากาศที่โรแมนติกริมทะเล ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตติดชาร์ท และคู่รักจำนวนก็ชอบมาถ่ายพรีเวดดิ้ง

บ้านไม้ริมทะเลสีสันแซ่บจี๊ดจ๊าดสดใส สร้างขึ้นจากไม้ที่มาจากประเทศฮอล์แลนด์ และแคนาดา ทั้งหมดจำนวน 19 หลัง กลายเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งริมทะเลหลังจากที่ถ่ายภาพยนตร์เสร็จสิ้น ภายในหมู่บ้านตกแต่งด้วยรูปปั้นของตัวละครมากมายทั้ง ป๊อปอาย โอลีฟ ออยล์ บลูโต สวีทพี วิมปีน
บ้านแต่ละหลังเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้สไตล์วินเทจ คลาสิกแบบเท่ห์ๆ ระหว่างวันจะมีขบวนพาเหรดตัวการ์ตูนจำลองออกมา ร้องเพลงเต้นรำถ่ายรูปคู่กัน เล่นเกมส์ เพ้นท์หน้า เล่นน้ำ ล่องเรือชมเมืองกันอย่างสนุกสนาน อ่านต่อ