พระราชวังอมาเลียนบอร์ก Amalienborg Palace

พระราชวังอมาเลียนบอร์ก Amalienborg Palace เป็นพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์เดนมาร์ก ตั้งอยู่ริมน้ำทางเหนือของตัวเมืองโคเปนเฮเกนค่ะ สร้างขึ้นเมื่อกลางศตวรรษที่ 18 เพื่อเฉลิมฉลองวาระการครบรอบ 300 ปีของราชวงศ์โอลเดนบวร์ก และใช้เป็นที่พำนักของเหล่าราชวงศ์ 4 ครอบครัว

ซึ่งบางส่วนของพระราชวังเปิดให้นักท่องเที่ยวแวะเข้าไปเที่ยวชม และยังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กจัดแสดงงานศิลปะ ภาพเขียน เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับอัญมณี สิ่งประดิษฐ์อื่นๆ และเอกสารทางประวัติศาสตร์ ที่มีการเก็บรวบรวมในช่วงเวลา 400 ปีเลยทีเดียว และยังมีรูปปั้นขนาดใหญ่ของพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 5 ufaซึ่งตั้งอยู่ระหว่างพระราชวังทั้ง 4 หลัง ซึ่งว่ากันว่า เป็นรูปปั้นทรงม้าที่สวยงามที่สุดอันหนึ่งของโลกเลยทีเดียวค่า

เป็นโอกาสดีมากๆ เลยนะคะที่จะได้เข้ามาชมที่ประทับของราชวงศ์ ได้เดินไปยังห้องต่างๆ ในพระราชวัง ถ้าใครโชคดีก็จะได้เห็นพิธีเปลี่ยนเวรยามของทหารที่เฝ้าอยู่ภายในเขตพระราชวัง แถมยังได้เห็นธงของทางสำนักพระราชวังถูกชักขึ้น เพื่อแสดงว่าพระราชินีมาร์เกรเธอที่ 2 ทรงประทับอยู่ภายในพระราชวัง ซึ่งเป็นบรรยากาศที่คึกคักมาก นักท่องเที่ยวนิยมกันเก็บภาพทหารกันอย่างสนุกสนาน นับเป็นสถานที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเมื่อได้มาเมืองนี้ค่า

ตลาดคริสท์คินเดิล (Hauptmarkt)

ตลาดคริสท์คินเดิล (Hauptmarkt) เดินไปตาม Koning Strasse เรื่อย ผ่านมิวเซียม ผ่านรูปปั้น จากนั้นก็จะเจอแยกแล้วเลี้ยวขวาก็จะพบกับ Hauptmarkt อยู่เบื้องหน้าแล้วล่ะค่ะ

ซึ่งที่นี่ถือเป็นตลาดอีกหนึ่งแห่งที่มีชื่อเสียงในระดับโลกเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะในช่วงคริสต์มาสที่นี่จะเต็มไปด้วยข้าวของเกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาสวางขายมากมาย ดูละลานตาไปหมด แต่แม้ว่าเราจะไม่ได้มาช่วงเทศกาล ก็ไม่ได้หมายความว่าที่นี่จะไม่มีอะไรให้เที่ยวนะคะ

เพราะนอกจากจะมีสินค้าทางการเกษตรอย่าง ผัก ผลไม้ โดยเฉพาะดอกไม้ชนิดต่างๆ มาวางขายให้เราได้ใช้เวลาเดินแบบชิลล์ๆ แล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์สำคัญอีกแห่งของเมืองอย่าง Frauenkirche

โบสถ์ Frauenkirche ufaหรือโบสถ์แม่พระ เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่ใช้เวลาในการก่อสร้างยาวนานถึงสิบปี ที่นี่มีจุดเด่นที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนกันมากก็คือ บริเวณยอดแหลมของโบสถ์ที่เป็นหอนาฬิกานั่นเองค่ะ โดยความพิเศษของมันก็คือ เมื่อเวลาเที่ยงตรงปุ๊บ เหล่าตุ๊กตาก็จะออกมาเต้นระบำให้เราชม นอกจากนั้นก็ยังมีหุ่นจักรพรรดิ และบริวารมาเล่นดนตรีขับกล่อมอยู่ข้างๆ อีกด้วย เราไปทันเห็นตุ๊กตาเต้นระบำพอดีเลยค่ะ

วิหารเซนต์ ลอเรนซ์ (St. Lorenz kirche)

วิหารเซนต์ ลอเรนซ์ (St. Lorenz kirche) นอกจากนูแรมเบิร์กจะมีธรรมชาติที่สวยงามแล้ว สถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างของที่นี่ก็มีเอกลักษณ์ที่สวยงามไม่เป็นสองรองใครเช่นกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งทางเดินหินแบบยุคกลางที่ทอดยาวไปยังอาคารต่างๆ

โดยที่แรกที่เราขอไปชื่นชมให้เห็นกับตานั้นคือ วิหารเซนต์ ลอเรนซ์ที่ตัวโบสถ์แต่ดั้งเดิมเนี่ยถูกทำลายไปตั้งแต่ช่วงสครามโลกครั้งที่ แล้ว แต่ที่เห็นปัจจุบันนี้คือเวอร์ชั่นบูรณะขึ้นมาใหม่ค่ะ การเข้าไปชมภายในโบสถ์ไม่เสียค่าเข้าชมนะ เมื่อเข้าไปแล้ว เราก็จะเห็นการตกแต่งในลักษณะของสถาปัตยกรรมแบบยุคกลางที่ให้ความขลังและความสง่างาม แล้วพอออกมาจากโบสถ์แล้ว ข้างโบสถ์มีน้ำพุแห่งความดีงาม (Tugendbrunnen) ufabetบนสุดประดับด้วยรูปปั้นเทพีแห่งความยุติธรรม มือซ้ายถือตาชั่ง มือขวาถือดาบ ปิดตา เหมือนที่เราเห็นบ่อยๆ ตามจตุรัสต่างๆ ในยุโรป แต่ที่เพิ่มเติมคือ ที่ฐานน้ำพุด้านล่าง มีรูปปั้นเทพีอีก 7 องค์ ที่มีน้ำพุพ่นออกมาจากหน้าอก

นอกจากนี้ทางด้านตะวันตกของจตุรัสยังเป็นที่ตั้งของ น้ำพุเชินเนอร์บรุนเนิน (Schoner Brunnen) หรือ Beautiful Fountain สูง 19 เมตร สีทองอร่าม ซึ่งประกอบไปด้วยรูปปั้นของเจ้าอิเล็คเตอร์ 40 องค์ นักบุญ ชาวยิว และรูปประดับอื่นๆ ถือได้ว่าเป็นน้ำพุที่อลังการมากที่สุดในเยอรมนี นักท่องเที่ยวที่มานี่ส่วนใหญ่ก็จะมาขอพรกัน วิธีการก็คือ ให้หมุนแหวนทองตรงน้ำพุเป็นจำนวน รอบ โดยระหว่างที่หมุนแหวนก็ให้อธิษฐานสิ่งที่ต้องการไปด้วยค่ะ แล้วเราก็จะสมหวังกับสิ่งที่ขอ

มหาวิหารซาแครเกอร์ Sacre Coeur

มหาวิหารซาแครเกอร์ Sacre Coeur ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาย่านมงต์มาร์ท เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งในปารีส ฝรั่งเศส ในสมัยก่อนเคยเป็นโบสถ์เล็ก และใช้เป็นที่ประชุมใหญ่ทางศาสนา

ถูกสร้างขึ้นด้วยความรัก ความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อพระเยซูคริสต์ และเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแก่ชาวฝรั่งเศสที่ได้เสียชีวิตลงในการทำสงครามกับรัสเซียค่ะ ออกเเบบโดย พอล อบาดีย์ วิศวกรที่มีชื่อเสียงของปารีส

เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมัน-ไบแซนไทน์ ทำให้โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ที่แปลกใหม่ ufaไม่เหมือนใคร สีขาวสะอาดตา สวยงามและปราณีตมากๆ ที่นี่ถือเป็นจุดชมวิวเมืองปารีสที่ดีมากค่ะ ได้ขึ้นมาถึงตรงนี้บอกเลยว่าคุ้มค่า สวยแบบยอมใจ ไม่มีอะไรมาบดบังทิวทัศน์ มองเห็นวิวกรุงปารีสแบบพาโนรามาเลยทีเดียว

แม่น้ำแซน Seine River

แม่น้ำแซน Seine River เมื่อมาเที่ยวถึงปารีส ฝรั่งเศสแล้ว อีกกิจกรรมที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การนั่งเรือล่องแม่น้ำเซนค่าา ล่องไปเรื่อย ชมบรรยากาศของเมืองปารีสตามสองฝั่งแม่น้ำ

นึกภาพแจ๊คกับโรสยืนกางแขนด้วยกันที่หัวเรือไปพลางๆ แม่น้ำแซนเปรียบเสมือนแม่น้ำแห่งชาติของประเทศฝรั่งเศส มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมาตั้งแต่สมัยที่โรมันยึดครองฝรั่งเศสเมื่อกว่าพันปีมาแล้วนู่นนนแน่ะ มีความขลังแฝงในความโรแมนติกจนได้ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์รักหวานชื่นของฮอลลีวูดอยู่หลายเรื่องเลยค่ะ

การล่องเรือลำใหญ่ไปตามแม่น้ำแซน ผ่านสะพานอันงดงามและชมสถานที่สำคัญๆ ชมวิวสวยๆ ดูพระอาทิตย์ตกดิน โอ้ยยย ฟินเฟร่อออ

หรือจะล่องเรือในยามค่ำคืนก็แจ่มนะค้า ชมวิวในยามราตรี แสงสีสันสวยงาม แอบมาบอกเคล็ดลับ ufabetอยากได้ที่ดีๆ ต้องรีบไปก่อนเวลานะคะ แล้วรีบพุ่งไปที่นั่งด้านหลังสุด จะเป็นบริเวณที่ไม่มีหลังคา ไม่ล้อมด้วยกระจก ถือเป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพสวยๆ เลยล่ะค่าา เริ่มต้นทริปได้หลายจุด แต่ที่ฮิตๆ คือบริเวณหอไอเฟลค่ะ

บูราโน่ Burano

บูราโน่ Burano เที่ยวอิตาลี เกาะเมืองลูกกวาดแห่งอิตาลี เป็นเกาะเล็ก ตั้งอยู่ในเขตทะเลสาบเวนิสค่ะ มีคลองตัดผ่านใจกลางเมือง ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่แสนสงบ แต่ครึกครื้นไปด้วยสีสันของบ้านเรือนตลอดสองฝั่งคลอง ทั้งตัวตึกและดอกไม้สีสันสดใส สร้างความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเลยย

เนื่องจากมันเกาะไซส์มินิจึงใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็สามารถเดินเที่ยวได้ทั่วเกาะแล้วล่ะจ้า แต่ละที่ถึงแม้จะมีคลองตัดผ่านแต่ก็มีสะพานเล็กๆ ให้เดินข้ามลัดเลาะไปทุกซอกทุกซอยได้ ทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขนม ร้านอาหาร ไม่ขาดสาย ผู้คนส่วนใหญ่มีอาชีพประมง อาหารทะเลที่นี่จึงสดมากค่ะ

แถมเพลิดเพลินไปกับสถาปัตยกรรมแบบเก่า บ้านเรือนมีลักษณะโดดเด่น สีสันสดใสสุดๆ ขอแนะนำว่าให้ใส่ชุดสีสันให้เด่นกว่าสีบ้านนะคะ ถ่ายรูปจะได้ไม่ดรอป ว่ากันว่าบ้านไหนจะทาสีจะต้องไปขออนุญาติจากทางการ ถ้าสีไม่แจ่มไม่เจิดก็ไม่อนุมัตินะจ๊าาา บ้านแต่ละหลังก็จะมีเรือจอดอยู่หน้าบ้าน เพราะผู้ชายมีอาชีพทำประมง ส่วนผู้หญิงก็ปักผ้าลูกไม้สวยๆ อยู่ที่บ้าน จนเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อด้านหัตกรรมทำลูกไม้ติดอันดับต้นๆ ของอิตาลีเลยล่ะค่า

ตอนไปเที่ยวเกาะบูราโน่ Burano ufabetเราได้เห็นเรือสำราญเป็นครั้งแรกในชีวิต และได้รับแรงบันดาลใจ ฝันว่าขอขึ้นเรือสำราญสักครั้งในชีวิตฝันก็เป็นจริงแล้ว ได้ขึ้นหลายครั้งอีกต่างหาก อิอิ ขอบคุณโชคชะตาบันดาลให้ฝันเป็นจริงค่ะ

เรานั่งอยู่บนเรือเมล์ มองเรือสำราญตาละห้อย ก็มีความสุขที่ได้เห็นพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าพอดีเลยค่า

หอเอนปิซ่า

หอเอนปิซ่า นี่คือสถานที่เที่ยวชื่อดัง ที่ทุกคนที่ไปเที่ยวอิตาลีคงรู้จักกันดี สถานที่นี้เป็นหอระฆังทรงกระบอกของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก มีความสูง 8 ชั้น หรือประมาณ 183.3 ฟุตเลยล่ะคะ น้ำหนักรวม 14,500 ตัน

สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ภายในมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายอย่างสวยงามจากฝีมือจิตรกรชื่อดัง มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม ค่า

โดยเริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1173 แต่การก่อสร้างหยุดชะงักเมื่อสร้างไปได้เพียง 3 ชั้น เนื่องจากพื้นใต้ดินนั้นนิ่ม ทำให้เกิดการยุบตัวลง จึงสร้างให้เอนกลับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้เกิดสมดุล แต่การก่อสร้างในครั้งนี้ก็ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้งเพราะได้เกิดสงครามขึ้น ต่อมาก็มีการสร้างหอต่อขึ้นอีกจนเสร็จในปี ค.ศ.1350

โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี เมื่อวัดดูปรากฏว่าเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 14 ฟุต แต่ก็ยังไม่ล้ม ยังคงเอียงอยู่ถึงทุกวันนี้ และกลายเป็นสิ่งแปลกและมหัศจรรย์ของโลก ที่ใครมาถึงก็จะเห็นผู้คนรำไทเก๊ก เอ้ย! ถ่ายรูปทำท่าดันหอเอนปิซานี้อยู่แน่นอนufabet

ต้องทำท่าแปลกๆ เก๋ๆ เข้าไว้ มากระโดดคิก มาเตะ มาดัน มาผลัก มาเอาหัวโหม่ง หยิบ กอด อะไรก็แล้วแต่ ตามความครีเอทีฟของแต่ละคนค่ะ หญิงปุ๊กมารอบสองละ ถ่ายแบบธรรมดาพอนะ ทำไมคนถ่าย ถ่ายให้ตึกตรงได้นะ

นอกจากนี้ กาลิเลโอ เคยใช้หอนี้ทดลองในเรื่องแรงโน้มถ่วง โดยใช้ลูกบอล 2 ลูกที่ที่หนักไม่เท่ากัน แต่เพื่อดูว่าลูกบอลมันจะตกลงมาในเวลาเท่ากันหรือไม่นั้นเอง ผลก็ออกเป็นไปตามคาดที่เขาว่าเอาไว้เลยมันหล่นในเวลาที่เท่ากันจริงๆ

โรงแรม Emirates Palace

โรงแรม Emirates Palace โรงแรม 5 ดาวสุดอลังการ หรูหราตระกาลตา เห็นแค่ด้านนอกของโรงแรมก็อึ้งแล้วจ้า มองเห็นมาแต่ไกล อย่างกับพระราชวังของเจ้าหญิงในเทพนิยายอาหรับเลยแหละ ทุกอณูทุกมุมของที่นี่เต็มไปด้วยความหรูหรา มีเสน่ห์มากๆ จัดเป็นหนึ่งในสถานที่ที่โดดเด่นที่สุดของอาบูดาบีเลยค่า

โดยได้ใช้เนื้อที่ริมชายหาดส่วนตัวประมาณ 1.3 กิโลเมตร การตกแต่งแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมอาหรับแบบดั้งเดิม ทำจากทอง หินอ่อน และแก้วโมเสค และยังประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าที่ทำจากคริสตัล  ตาแทบบอดค่ะคุณขา วิ้งวับมากๆ ออกแบบโดย John Elliot ufabetสถาปนิกชาวอังกฤษชื่อดังค่ะ

ภายนอกล้อมรอบด้วยสวนที่เขียวชอุ่ม ต้นปาล์มเรียงรายอย่างกับมายืนรอต้อนรับพวกเรา น้ำพุสุดหรูหราที่เปิดแทบตลอดเวลาแบบไม่หวั่นค่าน้ำ ยิ่งวิวตอนกลางคืนนะสวยงามจนแทบร้องขอชีวิตเลยล่ะ

เป็นโรงแรมที่มีเทคโนโลยีทันสมัยใหม่ล่าสุด และสิ่งอำนวยความสะดวกก็มากมาย ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส บริการสปา สนามเทนนิส ท่าจอดเรือส่วนตัว ร้านอาหารชั่นเยี่ยม ที่นำอาหารจากทุกประเทศ ทุกวัฒนธรรมทั่วโลกมารวมไว้ที่นี่ พร้อมวิวสวยๆ ให้อิ่มกันทั้งอาหารท้อง และอาหารตา เพลินฝุดๆ

ห้องพักก็แสนจะฟิน นึกว่านอนอยู่บนสรรค์ชั้น 7 เลยทีเดียววว แต่ละห้องจะมีจอทีวีพลาสม่า 61 นิ้ว แม่เจ้า คิดว่าโรงหนัง และมีพนักงานประมาณ 2,000 คน กว่า 50 สัญชาติคอยบริการตลอด 24 ชั่วโมงด้วยค่าา อะไรจะเริ่ดขนาดนี้ ไม่แปลกใจที่ทักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึงดารา คนดัง และคนสำคัญต่างมาพักที่นี่

สวนน้ำ Wild Wadi

สวนน้ำ Wild Wadi สวนน้ำสุดล้ำที่ใหญ่ที่สุดในดูไบจ้าา! กับพื้นที่ทั้งหมด 12 เอเคอร์ ตั้งอยู่บนถนน Jumeirah Beach ใกล้ๆ กับโรงแรม Burj Al Arab ถูกออกแบบมาให้เหมือนโอเอซิส มีลักษณะต่างๆ ตามเรื่องเล่าท้องถิ่นของอาหรับค่า

จุดเด่นของที่นี่คือสไลเดอร์ที่ยาวและสูงที่สุดในโลก มีชื่อว่า Jumeirah Sceirah พอขึ้นไปบนยอดสูงสุดจะเห็นวิวทั่วสวนน้ำ กระดานลื่นสองชุดตั้งอยู่ข้างกัน หันมองตากับคนข้างๆ ปริบๆ เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วล่ะจ้า รอเวลานับถอยหลัง ให้ใจได้เต้นตึกตักๆๆ พอถึงศูนย์ปุ๊บ จะถูกปล่อยลงมาด้วยความเร็วร้อยปีแส คิดดูสิคะทุกคน ความสูงประมาณ 120 เมตร ไหลดิ่งลงด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โอ้แม่เจ้า แค่เห็นก็ใจจิวาย ยังไม่ได้เริ่มเล่นก็หวาดเสียวไปทั้งตัวแล้วจ้า

และยังมีเครื่องเล่นอื่นๆ ให้มันส์กันกว่า 30 ชนิด กิจกรรมอีกมากมาย เรียกได้ว่ามีครบเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยเลยย โดยเครื่องเล่นจำนวนมากเชื่อมต่อถึงกันค่ะ สนุกได้แบบต่อเนื่อง และการได้ดำผุดดำว่าย ล่องลอยในน้ำเย็นๆ นี่มันฟินจริงๆ เลยย มีให้เลือกทั้งสระน้ำอุ่น สระน้ำเย็น และทะเลคลื่นเทียม

และที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Wadi Washed ufabetเป็นการแสดงแสง เสียง และน้ำ ที่จำลองน้ำท่วมฉับพลัน โดยปล่อยน้ำกว่า 60,000 ตัน ลงมาจากหน้าผา มีทั้งฟ้าแลบ ฟ้าร้องเปรี้ยงปร้าง ตื่นเต้นสุดๆ

บริเวณรอบๆ ยังมีร้านค้า ร้านอาหารให้บริการอีก และมีไลฟ์การ์ดคอยดูแลตามจุดต่างๆ เพื่อความปลอดภัยตลอดทั้งวัน

สวนน้ำแห่งนี้ เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 10 โมงเช้า – 4 ทุ่ม และจะมีการปิดเพื่อบำรุงรักษาทุกปี โดยครั้งต่อไปจะปิดตั้งแต่ 14 มกราคม 2017 ถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2017

อนุสาวรีย์ Holy Trinity Column

อนุสาวรีย์ Holy Trinity Column เป็นอนุเสาวรีย์อันศักดิ์สิทธิ์ ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง Olomouc หนึ่งในเมืองอันเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์เลื่องลือมากๆ รองจากกรุงปราก

สร้างขึ้นเพื่อจัดงานฉลองพิธีต่างๆ ของศาสนาคริสต์ และเพื่อแสดงถึงความความศรัทธา เทิดทูนต่อพระแม่มารีอาและพระผู้เป็นเจ้า ที่ช่วยปกป้องรักษาเมืองและชาวเชกให้รอดพ้นจากโรคระบาดอย่างหนักในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 นั่นเองค่ะ

ถือเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจของชาวเชกมานานกว่า 300 ปี และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักชาติและความสามัคคีของชาวเมืองอีกด้วยค่ะ เพราะทุกคนร่วมมือร่วมใจกันสร้างอนุเสาวรีย์นี้ขึ้นมาด้วยแรงศรัทธา ทั้งวิศวกร ประติมากร ศิลปิน ช่างแกะสลัก ช่างฝีมือ ประชาชน รวมถึงนักบุญ ได้ช่วยกันโดยไม่ได้รับค่าจ้างวานเลยนะคะ มาด้วยใจล้วนๆ และงบที่ใช้ก็มาจากเงินบริจาคของประชาชนทั้งหมด โดยสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1716 – 1754 รวมระยะเวลานานถึง 38 ufabetปีเลยทีเดียวค่า

อนุเสาวรีย์แห่งนี้มีความสูงถึง 35 เมตร เป็นสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค สร้างจากหินอ่อนคาร์รารา ประดับด้วยสำริดเคลือบทองคำ รายละเอียดปราณีตและงดงามมากกกก ถือเป็นศิลปะสไตล์บาร็อคที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่และโดดเด่นที่สุดในแถบยุโรปกลาง จนองค์กรยูเนสโก้ยังยกให้เป็นมรดกโลกในปี 2000 อีกด้วย