วัดทุ่งสมอ (พระโพธิสัตว์กวนอิม)

วัดทุ่งสมอ (พระโพธิสัตว์กวนอิม) ตั้งอยู่ในตำบลทุ่งสมอ อำเภอพนมทวน ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปทางทิศตะวันออกตามเส้นทางหลวงหมายเลข 324 ประมาณ 15 กิโลเมตร ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมานมัสการ พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่องค์นี้ ซึ่งมีพุทธลักษณะที่งดงาม นอกจากนี้ยังนมัสการพระสังกัจจายน์ และ พระประธานในอุโบสถวัดทุ่งสมออีกด้วย

สักการะพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่ที่ได้รับการยกย่องว่ามีพุทธลักษณะที่สวยงาม และไม่ไกลกันนักคือ พระอุโบสถวัดทุ่งสมอที่งดงามไม่แพ้กันufabet

ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่อันเป็น พระประธานของอุโบสถ โดยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาตินิยมเดินทางมากราบไหว้ ทั้งพระโพธิสัตว์กวนอิมและพระสังกัจจายน์แห่งวัดทุ่งสมอกันอยู่เป็นประจำเพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต

วัดถ้ำพุหว้า

วัดถ้ำพุหว้า วัดป่าในอ้อมกอดของขุนเขา บรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การวิปัสสนา แต่เดิมมีถ้ำเป็นอุโบสถ แต่ปัจจุบันได้รับการบูรณะให้สวยงามอลังการ โดยการสร้างอุโบสถหินทรายครอบตัวถ้ำเอาไว้ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย สวยงามตามธรรมชาติ และมีพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากสหภาพเมียนม่าร์ ประดิษฐานไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะอีกด้วย

วัดถ้ำพุหว้า ปรากฏหลักฐานแต่เดิมเคยเป็นสำนักสงฆ์มาก่อน คือเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วพระอาจารย์สุพจน์ ธมมรโต ได้ธุดงค์มาอาศัยปฏิบัติธรรมอยู่ในถ้ำพุหว้า กาลวันผ่านไปการธรรมะหางการปฏิบัติได้แผ่ขยายไปสู่ชาวบ้าน ถ้ำพุหว้ากลายเป็นสถานที่ปฏิบัติวิปัสนาที่พุทธศาสนิกชนเลื่อมใส กระทั่งได้ยกฐานะเป็นวัดในปี พ.ศ.2537 โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ)ufabet วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้เมตตาตั้งชื่อวัดว่า “วัดถ้ำพุหว้าธรรมกายาราม”

เหมาะสำหรับผู้ที่จะทำกิจกรรม ปฏิบัติธรรมและเจริญศีลภาวนาเพื่อให้จิตใจสงบ

-ภายในถ้ำเป็นหินงอกหินย้อย ตามธรรมชาติ
-เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญ มาจากสหภาพเมียนม่าร์ เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชาสืบไป -ภายในวัดมีสถานที่ที่เหมาะสมแก่การเข้าค่ายฝึกอบรมและการสัมนา ภายในมีห้องประชุมขนาดใหญ่ที่จะสามารถรองรับผู้รับการอบรม ได้ถึง 500 – 800 คน

วัดตะคร้ำเอน

วัดตะคร้ำเอน เป็นวัดที่ชาวกาญจนบุรีศรัทธาเป็นอย่างมาก ทั้งยังมี หลวงพ่อดำเป็นพระพุทธรูปบางมารวิชัย ประชาชนทั่วไปกล่าวขวัญถึงความศักดิ์สิทธิ์และปาฏิหารย์

ตามประวัติการสร้างในราวปี พ.ศ.2498 โดยคหบดีทองหล่อ เช็งสุธา ได้เกิดศรัทธาปสาทะในพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูป รวม 113 องค์ (ช่วงวันวิสาขบูชา) เพื่อเป็นพุทธบูชาในปีที่จะครบกึ่งพุทธกาล
(ครบรอบพระพุทธศาสนา 2500 ปี)

ในปี พ.ศ.2500 หลวงพ่อเจ้าอาวาส พระครูประกาศสุนทรกิจ (หลวงพ่อสนธิ์) ได้ไปรับพระพุทธรูป
และอัญเชิญประดิษฐานเป็นพระประธานในอุโบสถ จากนั้นท่านเจ้าอาวาสและประชาชนได้ร่วมกันปิดทอง
ประมาณปี พ.ศ. 2503-2504 ufabetหลวงพ่อเจ้าอาวาสได้นิมิตอยู่บ่อยครั้งว่า หลวงพ่อพระประธานไม่ประสงค์จะอยู่ในอุโบสถอยากจะอยู่หน้าอุโบสถ หลวงพ่อเจ้าอาวาสจึงอัญเชิญออกมาประดิษฐาน ณ หน้าอุโบสถ ต่อมาทองที่ปิดองค์ท่านได้ลอกหลุดจากองค์ท่าน หลวงพ่อเจ้าอาวาสดำริจะปิดทองอีก แต่ก็เกิดนิมิตขึ้นอีกว่า หลวงพ่อท่านประสงค์สีดำคงความสภาพเดิมอย่างนั้นประชาชนจึงเรียกกันติดปากตามภาพที่เห็น หลวงพ่อดำ จนถึงปัจจุบันหลวงพ่อดำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เปี่ยมล้นด้วยเมตตาเป็นศูนย์รวมพลังแห่งความศรัทธาของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติทั่วทุกสารทิศที่เดินทางมากราบนมัสการขอพร เพื่อเป็นสิทธิมงคลกันทุกวัน และเมื่อสมดั่งปรารถนาที่ให้ไว้ ก็จะมีการน้อมนำถวาย เป็นทานบ้าง ประทัดบ้าง หรือพวงมาลัยหอมๆ

ไร่คุณมน

ไร่คุณมน ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ไร่คุณมนมีพื้นที่ทั้งหมดโดยรวม 150 ไร่ เป็นศูนย์ให้ความรู้ของชุมชนในท้องถิ่น และการใช้หลักแนวคิดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการทำไร่แบบเกษตรผสมผสาน มีสวนผักปลอดสารพิษ และมีโรคงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอีกหลายชนิด โดยการนำเครื่องจักรทันสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิต ช่วยสร้างรายได้และอาชีพให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาชมแปลงผักปลอดสารพิษ พืชไร่ และวิธีการผลิต รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ในการทำงานภายในไร่กันได้ทุกขั้นตอน

ไร่คุณมนจะปลูกพืชไร่หลายชนิด แต่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวค่อนข้างมากก็คือการเข้าไปชมไร่ข้าวโพดและร่วมเก็บข้าวโพดภายในไร่พร้อมกับชาวสวน สำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ขึ้นชื่อของที่นี่จะมีหลายอย่าง เช่น น้ำนมข้าวโพด ท็อฟฟี่นมข้าวโพด ไอศกรีมน้ำนมข้าวโพด น้ำมันงา กล้วยอบกรอบสุญญากาศ กล้วยกวน น้ำส้มสายชูหมักจากกล้วย ลูกชิ้นข้าวโพด กุนเชียงข้าวโพด ลูกชุบและเม็ดขนุนที่ทำจากกากข้าวโพด จัดได้ว่าเป็นการแปรรูปผลิตผลต่างๆ ที่มีในไร่ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างมากมายกันจริงๆ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าไปชมขั้นตอนการผลิตต่างๆ รวมทั้งมีส่วนร่วมในการลงมือทำกันได้อีกด้วย

จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่ที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะชาวต่างชาติก็คือ การสร้างบ้านดิน ที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสการใช้ชีวิตแบบผสมผสานกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ufabetนอกจากนี้สิ่งที่ได้รับความสนใจอีกอย่างของไร่ก็คือการทำลูกปะคบจากน้ำมันงา และน้ำงาที่ไร่คุณมนจะเป็นน้ำมันงาที่ผลิตด้วยวิธีการสกัดเย็น สำหรับลูกประคบจะเป็นการนำน้ำมันงามาผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นที่มีประโยชน์แล้วมาทำการห่อเป็นลูกปะคบ เป็นภูมิปัญญาของคนไทยในสมัยโบราณ และถ้าใครสนใจอยากทดลองการนวดแบบใช้ลูกประคบที่นี่เขาก็มีสาธิตวิธีการนวดโดยการใช้ลูกประคบตามส่วนต่างๆ ของร่างกายกันด้วย และสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจพักผ่อนค้างคืนที่ไร่ก็มีห้องพักจัดเตรียมไว้รับรองนักท่องเที่ยว
จัดได้ว่าการมาท่องเที่ยวที่ไร่คุณมนเป็นการท่องเที่ยวแบบสร้างสรรค์ โดยเฉพาะเด็กๆ ช่วยทำให้เขารู้จักการใช้ชีวิตของชาวชนบทที่ประกอบอาชีพเป็นชาวไร่ชาวสวนได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติและได้เรียนรู้การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ตามแนววิถีการใช้ชีวิตแบบคนไทย บวกกับแนวคิดเศรษฐกิจแบบพอเพียง ได้เป็นอย่างดี ช่วงวันหยุดถ้าใครอยากหยุดพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและมาสัมผัสการใช้ชีวิตแบบชาวสวนชาวไร่คุณต้องมาเที่ยวที่ไร่คุณมนรับรองได้เลยว่าคุณจะรู้สึกได้มาพักผ่อนและได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวกันได้อย่างเต็มที่ครับ

น้ำตกเกริงกระเวีย

น้ำตกเกริงกระเวีย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ริมถนนสายหลัก เส้นทองผาภูมิ-สังขละบุรี สามารถแวะได้ง่าย สะดวก เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม น้ำใส เหมาะสำหรับพักผ่อน เล่นน้ำ บริเวณน้ำตกมีร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารอยู่หลายร้าน

อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นน้ำตกที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก สูงประมาณ 5 เมตร มีน้ำไหลลดหลั่นกันมาตามโขดหินมายังแอ่งน้ำน้อยใหญ่ น้ำใส สามารถลงเล่นได้ ปลอดภัย เด็กๆ สามารถเล่นน้ำได้ มีน้ำไหลตลอดปี หน้าฝนน้ำจะค่อนข้างแรง สามารถแวะได้ง่าย ไม่ต้องเดินไกลเพราะอยู่ริมถนน คล้ายกับน้ำตกไทรโยคน้อย จอดรถก็ถืงตัวน้ำตกเลย เหมาะเป็นจุดพักรถ เข้าห้องน้ำ และรับประทานอาหาร
การเดินทางไปน้ำตกเกริงกระเวีย
ตัวเมืองกาญจนบุรี – น้ำตกเกริงกระเวีย ประมาณ 173 กิโลเมตร
ทองผาภูมิ – น้ำตกเกริงกระเวีย ประมาณ 34 กิโลเมตร
น้ำตกเกริงกระเวีย – สังขละบุรี ประมาณ 43 กิโลเมตร
– จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค – ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323)
– ก่อนถึงตัวอำเภอทองผาภูมิ มีสามแยก เลี้ยวขวาไปทางอำเภอสังขละบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) ผ่านวัดท่าขนุน โรงเรียนบ้านเกริงกระเวีย
– ผ่านโรงเรียนบ้านเกริงกระเวียไปประมาณ 7 กิโลเมตร เห็นร้านผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP ufaของอำเภอสังขละบุรี และด่านตรวจ น้ำตกเกริงกระเวียอยู่ทางขวามือ เยื้องๆ กับทางเข้าน้ำตกไดช่องถ่อง

ดอยหลวงเชียงดาว

ดอยหลวงเชียงดาว ดอยหลวงเชียงดาว ภูเขาหินปูนที่ดูสวยแปลกตาไปจากภูเขาอื่นในภาคเหนือ กับความสูงเป็นอันดับสามของเมืองไทยทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายต้นๆ ของนักเดินป่า

ใกล้ยอดดอยหลวงเชียงดาวมีจุดกางเต๊นท์ ที่นี่มีเต็นท์ให้เช่าและมีพื้นที่ให้กางเต็นท์ แต่ต้องมีการแจ้งและจองล่วงหน้าเท่านั้น สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดินได้จากสองจุดชมวิว เปิดให้เดินในช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมีนาคม ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 3 – 5 ชั่วโมง และถ้าโชคดีจะได้เห็นกวางผาธรรมชาติตัวเป็น ๆ ด้วย

ดอยหลวงเชียงดาวสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศค่ะ สูงถึง 2,275 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในสมัยโบราณดอยเชียงดาวถูกเรียกว่า “ดอยอ่างสลุง”ufabet ดอยหลวงเป็นภูเขาหินปูนล้วนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัยที่นี่มีพืชและสัตว์หายากจำนวนมากค่ะ

เมื่อเพื่อนๆมาถึงอำเภอเชียงดาวแล้วไม่เดินทางขึนมาสัมผัสมาแวะเที่ยวชมดอยหลวงเชียงดาวแสดงว่ายังมาไม่ถึงเชียงดาวน๊า ที่ข้างบนดอยหลวงนี้อากาศสดชื่นเย็นสบายครับ เหมาะสำหรับเดินเที่ยวป่า ชมนกชมไม้ และ กางเต้นท์ นอนดูดาวตอนเช้ามาดูหมอก น่านอนรับลมหนาวมากๆเลยล่ะครับ

จุดชมวิวแม่น้ำรันตรี

จุดชมวิวแม่น้ำรันตรี จุดชมวิวอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือเขื่อนเขาแหลมช่วงแม่น้ำรันตี จุดชมวิวนี้มีศาลาให้พักผ่อนเหมาะเป็นที่พักระหว่างการเดินทาง

ตามทางหลวงหมายเลข 323 ufaเลยป้อมปี่ไปทางอำเภอสังขละบุรีประมาณ 17 กิโลเมตร

ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เบื้องล่างจะมองเห็นเรือนแพของชาวบ้านที่อาศัยอยู่อย่างเรียบง่าย มีทิวทัศน์แนวเขาสลับซับซ้อนสวยงาม และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของอำเภอสังขละบุรี

จะได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่บนบ้านแพ

แม่น้ำรันตีเป็นหนึ่งในลำน้ำสามประสม ซึ่งจะสามารถมองเห็นลำน้ำรันตีเฉพาะช่วงฤดูร้อน ที่น้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ์ลดระดับลงเท่านั้น

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา มีลักษณะคล้ายเรือสำเภา เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบมะละกาทะเลอันดามัน ในคาบมหาสมุทรอินเดียทางฝั่งตะวันตกของไทย ครอบคลุมพื้นที่ชายหาดตลอดแนวฝั่งทะเลในท้องที่ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู ตำบลขอนคลาน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล และตำบลสุกรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่สำคัญคือ เกาะเภตรา เกาะเขาใหญ่ เกาะละโละแบนแต เกาะลิดี เกาะบุโหลน เกาะเหลาเหลียง และเกาะเปรามะ

ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาลาดชันสูง มีพื้นที่ราบบริเวณหุบเขาและชายหาด มีพื้นที่ทั้งบนบกและทะเลประมาณ 494.38 ตรกม. หรือ 308,987 ไร่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2526 และได้ประกาศในพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2527 อุทยานฯ แห่งนี้เป็นจุดรวมของความงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มา มีป่าไม้ ภูเขา สัตว์ป่า และปะการังหลากสีสวยงาม สถานที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นเวิ้งอ่าวธรรมชาติที่เรียกว่า “อ่าวนุ่น”

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราจัดได้ว่ามีความหลากหลายซึ่งประกอบด้วยพื้นที่นำทะเล เกาะ ภูเขา พื้ที่ราบบริเวณหุบเขาและพื้นที่ราบชายฝั่งทะเล โดยพื้นที่ชายฝั่งทะเลและบริเวณใกล้เคียงโดยรอบในระยะ 3 กม. จะมีลักษณะเป็นที่ราบถึงลูกคลื่นลอนลาดโดยจะมีภูเขาและหย่อมภูเขาปรากฏอยู่เป็นหัวแหลมตามขอบชายฝั่ง พื้นที่ชายฝั่งทะเลประกอบด้วยชายฝั่งหิน หน้าผา ที่ราบนำท่วมถึงและสันทรายชายหาด

ส่วนพื้นที่ในทะเลประกอบด้วยเกาะที่มีขนาดแตกต่างกันประมาณ 22 เกาะufabet วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ เกาะส่วนใหญ่จะมีรูปร่างแปลกตาและมีลักษณะโดดเด่นโดยเป็นเกาะหินปูนมีความลาดชันสูงมากกว่า 35 เปอร์เช็นต์ ปรากฏโพรง ถถํา หลุมยุบ หน้าผาสูงชัน และชง่อนผาซึ่งเกิดจากการกัดเซาะพังทลายของคลื่นลมและนำขึ้นนำลง ที่ราบบนเกาะมีเพียงเล็กน้อยบริเวณหุบเขาและเป็นหาดทรายแคบ ๆ สั้น ๆ อยู่ตามหัวแหลมของเกาะและอ่าวโดยส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะ

เมื่อปี 2525 ผู้อำนวยการกองอุทยานแห่งชาติ ได้เห็นว่า สภาพธรรมชาติที่เป็นเกาะแก่ง หาดทรายชายทะเล ในบริเวณชองแคบมะละกา เขตจังหวัดสตูล ยังมีความบริสุทธิ์สมบูรณ์อยู่มาก น่าจะได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสตูลด้วย

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงได้มีคำสั่งที่ให้เจ้าหน้าที่ไปทำการสำรวจหาข้อมูลบริเวณหมู่เกาะเภตรา ปรากฏว่า มีสภาพเป็นเกาะใหญ่น้อยหลายเกาะ โดยมีเกาะขนาดใหญ่อยู่ 2 เกาะ คือ เกาะเภตรา และเกาะเขาใหญ่ สภาพป่าสมบูรณ์ ทิวทัศน์ทางทะเลสวยงาม มีปะการัง หาดทรายขาวสะอาด มีโขดหิน หน้าผา ถ้ำ และเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา ทั้งเป็นที่วางไข่และอยู่อาศัยของเต่าทะเลหลายชนิด เหมาะที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติได้

กองอุทยานแห่งชาติได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2526 เห็นสมควรให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าเกาะเภตรา เกาะเขาใหญ่ และหมู่เกาะใกล้เคียงในพื้นที่ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ตำบลตำบลขอนคลาน อำเภอทุ่งหว้า ตำบลแหลมสน และตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 101 ตอนที่ 200 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2527 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 49 ของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 494.38 ตารางกิโลเมตร

เกาะหินงาม

เกาะหินงาม เกาะหินงามอุทยานแห่งชาติตะรุเตา หาดกรวดหินงาม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะอาดัง เป็นเกาะขนาดเล็กมีชายหาดหินกรวดสีดำลวดลายสวยงามโดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับน้ำทะเลจะเป็นประกายสวยงามเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องแวะชมความสวยงามของหินกรวดตัดกับขอบฟ้าและน้ำทะเล บนเกาะมีป้ายเตือนเกี่ยวกับคำสาปแช่งของเจ้าพ่อตะรุเตาว่า

“ผู้ใดบังอาจเก็บหินงามจากเกาะนี้ไปผู้นั้นจะถึงซึ่งความหายนะนานานัปการ” ด้วยความเชื่อเหล่านี้ถือเป็นมาตรการการป้องกันทรัพยากรทางจิตใจได้เป็นอย่างดี
อุทยานธรณีสตูลกำลังจะผลักดันให้เกาะหินงามเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาวิจัยทางด้านธรณีวิทยา และจะเน้นการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ให้มากขึ้น นอกจากความสวยงามของหินแล้วบริเวณท้ายเกาะหินงามยังมีจุดดำน้ำปะการังน้ำตื้น ได้แก่ ปะการังโขด ufaปะการังสมองร่องเล็ก ปะการังโต๊ะ ปะการังเขากวาง ปะการังลายดอกไม้ ฯลฯ

เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ไม่มีหาดทรายแต่เป็นหาดที่มีก้อนหิน กรม รี วางเรียงรายอยู่เต็มเกาะ ยามน้ำทะเลซัดขึ้นมาก้อนหินเหล่านี้จะเปียกชุ่ม ส่องประกายมันวาวสะท้อนไปทั่วหาดหิน ยามน้ำลงแนวหาดหินจะปรากฏกว้างยิ่งขึ้นและจะตัดกับน้ำทะเลสีมรกต ซึ่งเป็นธรรมชาติที่สวยงามที่หาดูได้ยากในที่อื่น ๆ ในส่วนบริเวณรอบๆเกาะหินงาม
ยังเป็นที่ดำน้ำดูปะการัง

เกิดจากการเกิดสันดอนกรวดมนนี้มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธรณีวิทยา สามารถติดตามหาแหล่งกำเนิดได้บริเวณด้านใต้ของเกาะ กระแสน้ำทำให้หินโผล่ของหิน “ฮอร์นเฟลส์” ที่มีแนวแตกหลายแนว แตกออกเป็นเศษก้อนหินเหลี่ยมจากกระแสคลื่น เกิดกระแสน้ำเลียบชายฝั่งไหลอ้อมไปจนถึงบริเวณสันดอนกรวดมน ตลอดระยะทางของกระแสน้ำเลียบชายฝั่งทำให้ก้อนหินเกิดการขัดสีทำให้กร่อนมีขนาดเล็กลงตามระยะทาง และ มีความกลมมนมากขึ้นจนไปสะสมตัวบริเวณสันดอนกรวด

แหล่งท่องเที่ยวแก่งเกาะใหญ่

แหล่งท่องเที่ยวแก่งเกาะใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำตำบลปางมะค่า ตั้งอยู่ หมู่ที่ 21 บ้านใหม่ธงชัย ตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร ลักษณะเป็นธารน้ำของลำน้ำแม่วงก์ มีน้ำตลอดทั้งปีไหลผ่านลานหินขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนของชาวตำบลปางมะค่าและนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ชื่นชอบบรรยากาศธรรมชาติ

แก่งเกาะใหญ่ เป็นชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางภูเขา และป่าไม้ ในเขต ต.ปางมะค่า และเป็นชุมชนที่อยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อระหว่าง จ.นครสวรรค์ กับกำแพงเพชร มีจุดเด่นหลายแห่ง ufabetเช่น แก่งน้ำตกเกาะใหญ่ อันเป็นเกาะพื้นดินขนาดใหญ่ ทอดตัวขวางลำน้ำแม่วงก์ ลักษณะคล้ายฝักถั่วลันเตา เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

ตั้งอยู่ หมู่ที่ 21 บ้านใหม่ธงชัย  ตำบลปางมะค่า  อำเภอขาณุวรลักษบุรี  จังหวัดกำแพงเพชร ลักษณะเป็นธารน้ำของลำน้ำแม่วงก์ มีน้ำตลอดทั้งปีไหลผ่านลานหินขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนของชาวตำบลปางมะค่าและนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ชื่นชอบบรรยากาศธรรมชาติ สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพื่อพักผ่อนหย่อนใจและกิจกรรมล่องแก่ง การเดินทางสามารถเดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล หรือจะเป็นการปั่นจักรยาน และรถมอเตอร์ไซด์ก็สะดวก ในแก่งเกาะใหญ่จะมีอาคารหอประชุมที่รองรับผู้เข้าอบรมได้ไม่น้อยกว่า 200 คน หรือจะเช่าเป็นพื้นที่จัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน