ศาลหลวงต้นไทร

ศาลหลวงต้นไทร เป็นศาลหลวงที่ทรงสร้างโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดตั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2547 และประกอบพิธีบวงสรวงอัญเชิญเทพารักษ์ขึ้นประดิษฐ์ฐาน ณ ศาลต้นไทร โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในพิธีฯ ศาลต้นไทรสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง บริเวณโดยรอบปูด้วยหินอ่อนและมีการจัดสภาพภูมิทัศที่สวยงาม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำชะอวดแพรกเมือง ซึ่งมีทัศนียภาพที่สวยงามมาก
คงไม่มีใครใน จ.นครศรีธรรมราช ที่จะไม่รู้จัก ศาลหลวงต้นไทร โดยเฉพาะคนใน อ.เชียรใหญ่ และ อ.หัวไทร ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ต่างร่ำลือถึงกิตติศัพท์ของความศักดิ์สิทธิ์ขณะก่อสร้างโครงการเมื่อหลายปีก่อน
โดยเฉพาะการขุดคลองระบายน้ำชะอวด-แพรกเมือง หมู่ 12 ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ ที่ต้องหยุดชะงักไปพักใหญ่ เพราะเครื่องยนต์ของเรือขุด และรถแบ็กโฮ จะดับทุกครั้งที่เข้าไปใกล้ต้นไทรใหญ่ ทั้งยังมีคนงานล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุอีกด้วย อ่านต่อ

วัดศรีทวี

วัดศรีทวี ในอดีตนั้นชื่อว่า วัดท่ามอญ เป็นวัดตั้งอยู่คู่กับวัดโพธิ์มอญ สันนิษฐานว่าในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้มีชุมชนชาวมอญอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้ อันเนื่องมาจากที่ชาวมอญนับถือพระพุทธศาสนา จึงได้สร้างสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ อันได้แก่พระพุทธรูปและศาลาเป็นที่ประกอบบำเพ็ญบุญซึ่งเป็นศูนย์รวมของชุมชนผู้นับถือพระพุทธศาสนา

แต่สร้างเป็นศาลาเล็ก ๆ และไม่มีสิ่งก่อสร้างอะไรมากมายนัก จากหลักฐานทำเนียบการสร้างวัดของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ขอจดทะเบียนตั้งเป็นวัดเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๙๘ ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๔ โดยมีชื่อว่า วัดท่ามอญ และการตั้งชื่อวัดตั้งขึ้นตามชื่อของชุมชนที่ตั้งอยู่ในสมัยนั้น อ่านต่อ

วัดสระเรียง

วัดสระเรียง อีกหนึ่งวัดที่ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ที่เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อครั้งยกทัพมาตีหัวเมืองทางใต็และได้สร้างพลับพลาที่ประทับในวัดสระเรียง โดยปัจจุบันพลับพลาที่ประทับและพระพุทธรูปดินเผาโบราณถูกนำไปเก็บบรักษาไว้ที่ีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

เป็นวัดเก่าแก่ที่เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อครั้งยกทัพมาตีหัวเมืองทางใต็และได้สร้างพลับพลาที่ประทับในวัดสระเรียง   อ่านต่อ

วัดสวนหลวงสบสวรรค์

วัดสวนหลวงสบสวรรค์ ตั้งอยู่ในเกาะเมืองด้านทิศตะวันตก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (บริเวณกรมทหารเก่า) สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ โปรดให้จัดพระราชพิธี

ทำพระเมรุถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระอัครมเหสี พระสุริโยทัย ที่ในสวนหลวง ภายในวัดสบสวรรค์  อ่านต่อ

วัดสะพานสูง

วัดสะพานสูง ตั้งอยู่ที่อำเภอปากเกร็ด มีชื่อเดิมว่า วัดสว่างอารมณ์ สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อเพราะในคราวที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหารเสด็จไปตรวจวัดสว่างอารมณ์ทอดพระเนตรเห็นสะพานสูงในวัด ชาวบ้านแถบนั้นเรียกกันว่า วัดสะพานสูง จนติดปาก จึงพระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดสะพานสูง มาจนทุกวันนี้

ประวัติวัดสะพานสูง วัดสะพานสูง เดิมชื่อ วัดสว่างอารมณ์ เป็นวัดเก่าแก่ในจังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองพระอุดม อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เรื่องราวที่พอจะสืบทราบได้ ก็จะเป็นในสมัยของหลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม(อ่านว่า ปะ-ฐะ-มะ-นาม) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส

ในขณะนั้น (จากการสอบถามผู้เฒ่า ผู้แก่ แถวนั้น ได้ความว่า วัดสะพานสูงน่าจะเป็นวัดเก่าแก่สร้างมาก่อนยุคของหลวงปู่เอี่ยม) ซึ่งประวัติของวัดสะพานสูง ก่อนหน้านั้น ไม่มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน สภาพโดยทั่วไป ในวัดสะพานสูงยุคนั้น มีสภาพเก่าทรุดโทรม แสดงถึงความเก่าแก่ อายุของโบราณวัตถุ โดยเฉพาะสะพานสูงบริเวณหน้าวัด ส่วนอุโบสถ  อ่านต่อ

วัดนารายณิการาม

วัดนารายณิการาม วัดที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า “วัดเหล มีความเกี่ยวพันกับประวัติความเป็นมาของเมืองตะโกลาซึ่งเชื่อกันว่า คือชื่อเดิมของเมืองตะกั่วป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักฐานที่ระบุถึงการเผยแผ่วัฒนธรรมของอินเดียมาสู่ภูมิภาคนี้ จากวัตถุโบราณมากมายที่ค้นพบ โดยเทวรูปจำลองของพระนารายณ์ พระลักษมณ์ และนางสีดา ที่ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญเลยทีเดียว

สิ่งที่น่าสนใจ คือ เทวรูปพระนารายณ์จำลองและโบราณวัตถุ (ปัจจุบันองค์จริงได้เก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง จังหวัดภูเก็ต) พระนารายณ์องค์นี้เป็นศิลปะอินเดียแบบปัลละวะตอนปลาย อันเป็นรูปแบบที่นำเข้ามาทางภาคใต้พร้อมกับวัฒนธรรมอินเดียในช่วง พ.ศ.1100-1300  อ่านต่อ

วัดราษฎร์อุปถัมภ์

วัดราษฎร์อุปถัมภ์ (วัดบางเหรียง) เป็นวัดที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของอำเภอทับปุด เดิมทีชาวบ้านเรียกกันว่า วัดบางเหรียงเป็นวัดที่มีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปนมัสการกราบไหว้เป็นจำนวนมาก อ่านต่อ

วัดบ้านไร่

วัดบ้านไร่ จังหวัดพิจิตร มีสังขารของหลวงพ่อขวัญ อดีตเกจิอาจารย์ดังอีกรูปหนึ่งของเมืองพิจิตร จริงๆแล้ววัดนี้มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อขวัญ หรือ พระครูพิมลธรรมานุศิษฐ์ เดิมชื่อ ขวัญ หมอกมืด เกิดเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๔๕๑ ที่บ้านไร่ ตำบลสามง่าม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร

อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๐ เดือน ๔ แรม ๘ ค่ำ ที่วัดบ้านนา ตำบลบ้านนา อำเภอสามง่าม ท่านเป็นพระนักพัฒนาและพระนักก่อสร้าง ท่านให้ความช่วยเหลือสังคมโดยการบริจาคทรัพย์ในการก่อสร้างที่ศาสนสถาน สถานศึกษา โรงพยาบาล และหน่วยงานทางราชการต่าง ๆ โดยท่านได้สร้างวัตถุมงคลให้ไว้เป็นที่ระลึกแก่ผู้ร่วมบริจาคสมทบ

ได้แก่ พระสมเด็จเพชรหลีก ,ตะกรุด และที่นิยมโดยทั่วไป ได้แก่ แหวนพระพิรอด แต่คนส่วนมากมักจะเรียกว่า แหวนตะกร้อ ท่านละสังขารเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๘ รวมสิริอายุได้ ๙๗ ปี

คำพูดที่ฮือฮามากในช่วงนั้น(๒๐ กว่าปีมาแล้ว) คือคำพูดของหลวงพ่อเกษม เขมโก ที่คนพิจิตรมักจะพูดถึงคือ มีคนพิจิตรไปกราบหลวงพ่อเกษมแล้วหลวงพ่อเกษมพูดว่า “มาทำไมถึงที่นี่ ที่พิจิตรก็มีหลวงพ่อขวัญ” อ่านต่อ

วัดประชาราษฎร์บำรุง

วัดประชาราษฎร์บำรุง ความเป็นมาแต่เดิมตามที่มีผู้เล่าสืบต่อกันมาว่า วัดประชาราษฎร์บำรุงนี้เป็นวัดที่พระครูสุกิจธรรมสร (หลวงพ่อหว่าง ) อดีตเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน ต.ห้วยหมอนทอง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

ขณะนั้นหลวงพ่อเป็นเจ้าคณะตำบลทุ่งขวาง ได้เป็นผู้ก่อตั้งปี พ.ศ.ใดนั้นไม่ปรากฏหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือคำยืนยันที่แน่นอน แต่ก็พอที่จะประมาณเวลาได้ว่ามีมาประมาณ ๘๐ ปี เป็นอย่างน้อย  อ่านต่อ

วัดวังตะวันออก

วัดวังตะวันออก ตั้งอยู่เยื้องๆ กับวัดวังตะวันตก ซึ่งเดิมทีวัดทั้งสองแห่งเป็นที่ตั้งนิวาสสถานของคุณหญิงปรางค์ มารดาของพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ต้นตระกูล ณ นคร เมื่อต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นสนมของพระเจ้าตากสินที่เจ้านครพัฒน์ถวายให้ ต่อมาเมื่อเจ้านครพัฒน์เสียชีวิตลง

พระเจ้าตากจึงทรงรับสั่งให้พาคุณปรางค์กลับเมืองนครศรีธรรมราช แต่มาทราบภายหลังว่าคุณปรางค์ตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน จึงรับสั่งสร้างวังใหม่ ต่อมาได้ยกถวายให้สร้างวัดเมื่อปี พ.ศ.2530 ซึ่งจะมีเส้นทางเดินระหว่างกลางในพื้นที่ของวัด ที่เป็นทางสัญจรของประชาชานทั่วไป ปัจจุบันเป็นถนนราชดำเนิน จึงเป็นเหตุให้วัดทั้งสองแยกออกจากกัน

ในอดีต บริเวณพื้นที่วัดวังตะวันตกนี้ ชาวเมืองนครฯ รู้จักกันในนาม ป่าขี้แรด (พืชพื้นถิ่นชนิดหนึ่ง) พื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นที่ค้างศพตามประเพณีการจัดการศพในท้องที่ โดยบรรทุกศพลงเรือออกมาทางประตูผีทิศตะวันตกของกำแพงเมือง ล่องขึ้นเหนือไปตามคลองท้ายวังแล้วนำศพไปไว้บนพื้นที่ที่เป็นป่าขี้แรด

เมื่อประเพณีค้างศพเลิกได้รับการนิยมจึงกลายเป็นพื้นที่เปล่า ปล่อย “ตากแดด” ทิ้งไว้จนกลายเป็นอีกชื่อเรียกละแวกโดยรอบนั้นว่า “บ้านตากแดด” ต่อมาเจ้าจอมมารดาปราง (พระสนมในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ธิดาในพระเจ้านครฯ (หนู) ซึ่งได้พระราชทานแก่เจ้าพระยานครฯ (พัฒน์)) อ่านต่อ