เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง

เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง

จากสภาพภูมิศาสตร์ตามลักษณะภูมิประเทศอันอุดมสมบูรณ์ของเวียงกาหลงจึงทำให้เวียงกาหลง เป็นเส้นทางติดต่อกันได้ทั้งหมด ไม่ว่าพะเยา เชียงใหม่ ลำปางหรือแม้กระทั่งเชียงราย ดังนั้น เวียงกาหลงจึงมีผู้คนเป็นจำนวนมากอพยพมาอาศัยและทำกินอยู่ในเขตนี้

เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง เป็นเตาชนิดลมร้อนตรง (เปลวไฟจะผ่านตรงไปยังภาชนะที่เผาในเตา) เป็นเตาขนาดเล็กมีความกว้างไม่เกิน 2.00 เมตร ยาวไม่เกิน 4.80 เมตร ปล่องไฟมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 92 เซนติเมตร ผนังเตาหนาประมาณ 42 เซนติเมตร

เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง ตัวเตาก่อด้วยอิฐดิบ ฉาบด้วยดินเปียก (น้ำดินข้นมาก ๆ เพื่อเป็นตัวประสานให้อิฐดิบติดกันและป้องกันเปลวไฟพุ่งออกจากเตาเผาในขณะที่เผาเคลือบในอุณหภูมิสูง ๆ) เมื่อเวลาใช้ครั้งแรกจะบรรจุผลิตภัณฑ์เข้าในเตาเผาโดยเปิดด้านข้างของเตาเป็นช่องบรรจุผลิตภัณฑ์ เมื่อผลิตภัณฑ์เต็มห้องแล้วจึงปิดด้านข้างดังกล่าวด้วยอิฐดิบ หลังจากนั้นจึงทำการเผาผลิตภัณฑ์พร้อมกันกับเตาเผาครั้งแรก การนำผลิตภัณฑ์ออกจากเตาเผาใช้วิธีการอย่างเดียวกัน คือ ดึงอิฐที่ปิดตอนแรกออก (อิฐดิบที่เผาครั้งแรกพร้อมกับผลิตภัณฑ์จะสุกเพียงครึ่งหนึ่งหรือหนึ่งในสามของอิฐดิบที่เป็นแผ่นหนาแน่นเท่านั้น) นำผลิตภัณฑ์ออกจากเตาเผา การเผาผลิตภัณฑ์ในครั้งต่อไปจะทำอย่างเดียวกันนี้ต่อไปลักษณะของเตาชนิดลมร้อนผ่านขึ้นตรงพื้นเตาโรยทรายเป็นตัว พื้นเตาลาดเอียงประมาณ 5 – 10 องศา ปรับระนานของกี๋เพื่อให้ได้ แต่เดิม (โบราณ) จะใช้ลูกมะนาวกลิ้ง ระดับและเป็นตัวยึด ปล่องไฟ Ø 0.5 – 1.00 เมตร จากปล่องไฟให้ไหลลง ไปทางด้านหน้า บังคับไม่ให้ภาชนะล้มลงในขณะเผาผลิตภัณฑ์ เตา การไหลให้เป็นไปอย่างช้า ๆ เพื่อในอุณหภูมิสูง เป็นการทดสอบว่า การไหลเวียนและ ในขณะที่เผาจะเป็นอย่างไร ถ้าลูกมะนาวไหลลงเร็ว แสดงว่าความร้อนและไฟจะวิ่งจากปากเตา ไปสู่ปล่องไฟ อย่างรวดเร็ว ถ้าลูกมะนาวไหลลงช้าเกินไปจะทำให้ความร้อน และไฟอั้นระดับพื้นดิน อยู่ภายในเตา อุณหภูมิในการเผาจะไม่ถึงอุณหภูมิตามต้องการช่องไฟ (ฟืน) กว้าง 1.40 เมตร ห้องเผาผลิตภัณฑ์ กว้าง 3.00 เมตร

บริเวณป่าเวียงกาหลงซึ่งเป็นป่ามีไม้ ลักษณะของเตาเวียงกาหลงซึ่งถูก ปล่องไฟของเตาเวียงกาหลงนานาชนิด บริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณค้นพบภายในบริเวณป่าเวียงกาหลงที่ได้ถูกลักลอบขุดเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลงลักษณะ
ของเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลงเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง เป็นเครื่องปั้นดินเผาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น คือเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่มีลักษณะบางและมีน้ำหนักเบาเนื่องจากดินที่ใช้ในการปั้นเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลงเป็น
ดินที่มีคุณสมบัติดี แสดงให้เห็นว่าบริเวณพื้นที่เวียงกาหลง เป็นแหล่งดินที่มีคุณภาพ เนื้อดินมีสีขาว เนื้อละเอียด มีเม็ดทรายปนน้อย สามารถขึ้นรูปภาชนะได้กว่าเครื่องปั้นดินเผาที่ผลิตจากที่ผลิตแหล่งอื่นๆ
ส่วนการเคลือบนิยมเคลือบถึงบริเวณเชิงขอบภาชนะ น้ำเคลือบใส มีทั้งสีฟ้าและสีเขียวอ่อน มักมีรอยราน รูปทรงที่ผลิต ส่วนมากจะเป็นจาน ถ้วย แจกัน เป็นต้น

เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง แบ่งออกเป็น 6 กลุ่มใหญ่
กลุ่มที่ 1 ชนิดเขียนลวดลายสีดำใต้เคลือบและชนิดเคลือบสีเดียวเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด มีคุณภาพดีและสวยงามที่สุด เตาเวียงกาหลงทุกแห่งผลิตงานแบบนี้ ยกเว้นกลุ่มเตาป่าดงและ วังเหนือ ลักษณะที่เห็นได้ง่ายคือเนื้อบาง น้ำเคลือบสีหลักคือเทาหม่น มีสีเขียวเจือบ้างเล็กน้อย ดินเป็นดินเนื้อละเอียด สีขาว สีเหลืองอ่อนและสีเทา ลวดลายที่ปรากฏบนภาชนะมีมากมายเช่น ชนิดเคลือบสีเดียว ส่วนใหญ่เป็นลายขูดขีดเป็น เส้น ขูดขีดเป็นลายดอกไม้ สำหรับชนิดเขียนลายใต้ เคลือบ เป็นลายข้าวเปลือก ลายพรรณพฤกษา บางลายคล้ายลายจีน ลายรูปคนและ สัตว์ในตำนาน อีกลายที่นิยมคือลายกลีบดอกบัวเรียงรายโดยรอบ รูปทรงของเครื่องปั้นดินเผามีลักษณะหลากหลายเช่น จาน ชาม แจกัน ซึ่งหลายๆแบบ และขนาดต่างๆกัน ตะเกียง เต้าปูน หม้อมีฝาปิด ไหขนาดใหญ่ ของขนาดเล็ก ของเด็กเล่นหรือใช้ในพิธีกรรมเช่น ตัวหมากรุก ตราประทับ แบบต่างๆ กล้องยาสูบ นกหวีด รูปตัวสัตว์และรอก เป็นต้น
กลุ่มที่ 2 กลุ่มเตาป่าหยุมชนิดเขียนลวดลายสีดำใต้เคลือบ กลุ่มนี้มีลักษณะพิเศษคือ คล้ายกลุ่มที่ 1 แต่คุณภาพต่ำกว่าคือหนักและเนื้อหยาบกว่า ขอบก้นภาชนะหนาและตัด เป็นสี่เหลี่ยม เนื้อดินหยาบและน้ำเคลือบคุณภาพไม่ดีเท่า
กลุ่มที่ 3 กลุ่มเตาป่าดงชนิดเซลาดอน เซลาดอนจากกลุ่มเตาป่าดงนี้มีลักษณะคล้ายกับเซลาดอนของราชวงศ์ซุ่ง ซึ่งเป็น เซลาดอนขนาดแท้และนิยมมาก มีลักษณะที่พิเศษคือเคลือบหนาเป็นมันแวววาว มี รอยรานเป็นเส้นแยกคล้ายร่างแหทั่วภาชนะ มีสีต่างๆกันตั้งแต่สีขาว นวลจนถึง สีเหลืองน้ำผึ้งและสีเขียวมะกอก ก้นภาชนะด้านนอกทาสีชอกโกแลต
กลุ่มที่ 4 กลุ่มเตาวังหนือ ส่วนใหญ่จะเป็นจานชามขนาดใหญ่ ชามและแจกันขนาดเล็ก น้ำเคลือบสีเขียว และแวววาว ส่วนที่น้ำเคลือบบางสี จะซีดส่วนที่หนาสีจะเข้ม โดยเฉพาะตรงขอบ ภาชนะและบริเวณลวดลายจะคล้ายตกผลึก ใสแวววาวมาก และมีลักษณะ เป็นรอย แตกคล้ายกระจกร้าว จานชามบางใบทำเป็นลายขูดขีดจากก้นภาชนะถึงขอบบนเป็น ลายเส้นโค้งขึ้นลง ลักษณะ เด่นที่สุดของจานคือ ขอบจานจะบิดเข้าบิดออกทำให้เกิด รอยหยัก ตัวภาชนะเปราะซึ่งเป็นลักษณะเด่นของเครื่องปั้นดิน เผาทางเหนือ ไม่นาน มานี้มีการพบเครื่องปั้นดินเผาสีน้ำตาลที่กลุ่มเตาวังเหนือด้วย ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน
กลุ่มที่ 5 เครื่องปั้นดินเผาสีน้ำตาล เครื่องปั้นดินเผาสีน้ำตาลที่เวียงกาหลงนี้ เป็นชนิดที่พบน้อยที่สุด พบเป็นไหสี น้ำตาลเข้มขนาดใหญ่ คุณภาพต่ำ นอกจากนี้ยังมีพวกสัตว์และแจกันสีน้ำตาลเข้ม บางชิ้นเคลือบเป็นสีน้ำตาลทอง ซึ่งคาดว่าเกิดโดยไม่ตั้งใจ
กลุ่มที่ 6 เคลือบตะกั่วและทองแดง พบในปี ค.ศ.1985 ที่บ้านทุ่งม่าน เป็นภาชนะรูปแบบของเวียงกาหลง แต่น้ำเคลือบมีส่วนผสมของตะกั่วและทองแดงแล้วเผาในอุณหภูมิต่ำ ส่วนใหญ่เป็นแจกันขนาดเล็ก มีพระพุทธรูป รูปตัวสัตว์ นกหวีดและชามปนอยู่บ้าง

เอกลักษณ์แห่งลายเวียงกาหลง
เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง มีชื่อเสียงในเรื่องความสวยงามของรูปแบบ ลวดลาย ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดินมีคุณภาพดี เนื้อดินมีความละเอียด สีขาวนวล น้ำเคลือบใสบาง และขึ้นรูปทำได้บาง มีการผลิตอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 – 20 กล่าวกันว่า เครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง เป็นเครื่องหั้นที่มีราคาแพงอย่างมาก เมื่อเทียบกับเครื่องปั้นจากแหล่งอื่น จากการสัมภาษณ์ผู้มีความรู้ ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบาย รูปแบบและลวดลายที่พบจากเตาเผาโบราณ ในระยะแรกมักจะวาดลวดลายแบบจีน เช่น ลายพันธุ์ไม้แบบจีน หรือเวียดนาม ลายเก๋งจีน ลายกิเลน ลายไก่ฟ้า ลายเส้นเหมือนกับเครื่องถ้วยจีน รูปทรงของภาชนะ จาน ชาม ถ้วย ไห บางส่วนก็มีลักษณะเป็นแบบจีน ระยะต่อมาก็มีรูปลักษณ์ต่างไปจากเครื่องถ้วยจีน มักพบรูปทรงและลวดลายที่ทำขึ้นมาโดยไม่ได้ตามอย่างศิลปะจีน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเวียงกาหลงเอง มีทำกันทั้งการเขียนลายดำใต้เคลือบ และเคลือบใส ในช่วงแรกๆนั้นทำภาชนะได้บาง และมีน้ำหนักเบา ช่วงหลังทำหนา และหนักขึ้น ตาดว่าคงจะมีการใช้กรรมวิธีเคลือบน้ำตาล เคลือบเขียว ซึ่งยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก ใช้น้ำเคลือบหนาแต่ยังไม่ค่อยมีความสม่ำเสมอลวดลายที่ใช้เขียนลายใต้เคลือบนั้นส่วนมากก็เป็นลวดลายที่ได้จากธรรมชาติ เช่น ประเภทพันธุ์ไม้ ดอกไม้ ภาพสัตว์ ผู้รู้บางท่านกล่าวว่า “อาจเป็นเพราะอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดลายพวกนี้ขึ้น” ลายที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ คือ การดัดแปลงรูปกลีบดอกไม้หรือใบไม้ ให้เหมือนรูปนกกา ที่เรียกกันว่า “ลายกา” หรือดอกกาหลง ถ้าเป็นงานแบบเคลือบใสจะแต่งด้วยการขูดขีดหรือลายซี่หวี ลวดลายที่พบจากเศษชิ้นส่วนของเครื่องปั้นดินเผานั้น พบซ้ำๆ กันมาก แต่ก็ถือว่ามีลายจำนวนมากที่ช่างฝีมือสมัยก่อนได้ประดิษฐ์ไว้ ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีการพบแหล่งเตาเผาโบราณอยู่เรื่อยๆ ตามท้องที่ไร่นา เขตชุมชน หรือพื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน เมื่อพบใหม่ก็จะเป็นมีลายแปลกๆ ปะปนอยู่ด้วยเสมอ แสดงให้เห็นว่ายังมีลวดลายที่ใช้การตกแต่งเครื่องปั้นดินเผาอีกเป็นจำนวนมาก ส่วนรูปแบบเท่าที่พบก็มีรูปทรงต่างๆ ทุกรูปแบบ ตั้งแต่ภาชนะเครื่องเคลือบสิ่งของเครื่องใช้สอย ของใช้ในพิธีกรรม ยังพบพระพุทธรูปดินเผาเคลือบ และพระพิมพ์ดินเผาต่างๆ รวมทั้งตุ๊กตารูปคน รูปสัตว์ ขนาดเล็ก แต่ก็พบจำนวนไม่มากนัก
รูปแบบและลวดลาย เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
1. ลวดลายพันธุ์พฤกษา ได้แก่ ลายผักแว่น ลายก้านขด ลายดอกบัว ลายผักกูด ลายดอกเข็ม ลายหวีกล้วย ลายเมล็ดข้าว ลายใบมะพร้าว ลายดอกกาหลง ลายดอกโบตั๋น ลายสระบัว ลายใบเฟิร์น และลายอื่นๆ ได้แก่ ลายจุดหมึก (ลายหมัดไฟ) ลายขูดขีด (ลายซี่หวี) ลายแสงตะวัน เป็นต้น
2. ลวดลายรูปสัตว์ ได้แก่ ลายกิเลน ลายกวาง ลายสัตว์ 12 ราศี ลายนกกา ลายนกไก่ฟ้า ลายม้า ลายปลา เป็นต้น
3. รูปแบบภาชนะ ได้แก่ จาน ชาม ถ้วย แจกัน ไห โถพร้อมฝา กระปุกมีฝา คนที คนโท ขวด ผางประทีบ เชิงเทียน เป็นต้น
4. รูปแบบประติมากรรม และตุ๊กตา ได้แก่ พระพุทธรูป พระพิมพ์ ตุ๊กตารูปคน ตุ๊กตารูปสัตว์ ตัวหมากรุก เป็นต้น
จุดเด่นผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบเวียงกาหลง
จุดเด่นผลิตภัณฑ์ มีสายการผลิตที่เด่นชัด คือ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
1) การผลิตด้านการอนุรักษ์ เน้นการเลียนแบบให้เหมือนศิลปะดั้งเดิม ของเวียงกาหลง โดยศึกษาจากเศษชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ที่ขุดพบในหมู่บ้าน เช่น ไหลายต่าง ๆ
2) การผลิตด้านศิลปะร่วมสมัยเป็นการนำศิลปะสมัยโบราณมาผสมผสานกับศิลปในปัจจุบัน เช่น เครื่องปั้นดินเผาที่เป็นของที่ระลึกต่าง ๆ
3) การผลิตงานนูนต่ำและลอยตัว เป็นงานปั้นสัตว์ในวรรณกรรมต่าง ๆ เช่น สิงห์ กิเลน ฯลฯ มีความประณีตในงานทุกชิ้นมาก ไม่ใช้วัตถุดิบที่เป็นสารเคมี ใช้วัตถุดิบของพื้นที่ทั้งหมด ตั้งแต่ ดิน สี เทคนิคการเผา เคลือบแบบดั้งเดิมที่ผู้ผลิตศึกษา ค้นคว้าและดำเนินงานด้วยตนเอง
กลุ่มผลิตภัณฑ์ เครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง
บ้านทุ่งม่าน ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
นายทัน ธิจิตตัง
ผู้ผลิต กลุ่มสล่าบ้านทุ่งม่าน ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
ชื่อหัวหน้ากลุ่ม นายทัน ธิจิตตัง
ที่อยู่ ๙๗ บ้านทุ่งม่าน หมู่ ๓ ต.เวียงกาหลง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย โทร. ๐ ๙๘๓๘ ๕๘๗๔
ชื่อผลิตภัณฑ์ – ไหกิเลน เทพ หงส์ และพันธุ์ไม้
– จานลายปลาคู่ ลายปลาคู่ปากแหลม ลายสระบัว ลายกาหลง
– ไหลายวัฒนธรรม ประเพณีต่าง ๆ เช่น สงกรานต์ ลอยกระทงฯลฯ ฯลฯ
จำนวนเครือข่ายผลิต ๓๔ คน
ผลงาน – ได้รับการคัดสรร OTOP ระดับ ๔ ดาว ปี ๒๕๔๖
– มีประสบการณ์การทำงาน ๒๒ ปี (เริ่มปี พ.ศ.๒๕๒๖)
– ได้รับการสัมภาษณ์ ตีพิมพ์เผยแพร่จากนิตยสาร วารสารมากมาย
– การขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมนั้น ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย จึงได้จัดให้มีการขึ้นทะเบียนใน 2 สาขาก่อน เพื่อเป็นการปูพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงทั้งนักวิชาการในท้องถิ่น และประชาชนผู้เป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ในการที่จะร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ได้รับการประกาศให้คงอยู่ต่อไป นอกจากนี้ จะดำเนินการประกาศสาขาอื่นๆ เพิ่มเติมด้วยในปีต่อไป
มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนมี 2 ประเภท
ประเภทแรก ศิลปะการแสดง 12 รายการ ด้านการแสดง ได้แก่ โขน หนังใหญ่ ละครชาตรี โนรา หนังตะลุง ด้านร้องเพลงพื้นบ้าน ได้แก่ ซอล้านนา หมอลำพื้น หมอลำกลอนลำผญา เพลงโคราช ดีเกร์ฮูลู ด้านดนตรี ได้แก่ สะล้อ ซอ ปิน
ประเภทที่สอง งานช่างฝีมือดั้งเดิม 13 รายการ ผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า ได้แก่ ซิ่นตีนจกแม่แจ่ม ผ้าแพรวา ผ้าทอนาหมื่นศรี เครื่องจักสาน ได้แก่ ก่องข้าวดอก เครื่องจักสานย่านลิเภา เครื่องปั้น ดินเผา ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง เครื่องโลหะ ได้แก่ มีดอรัญญิก กระดิ่งทองเหลือง กริช เครื่องไม้ ได้แก่ เกวียนสลักลาย เครื่องหนัง ได้แก่ รูปหนังตะลุง เครื่องประดับ ได้แก่ เครื่องทองโบราณสกุลช่างเมืองเพชร และงานศิลปกรรมพื้นบ้าน ได้แก่ ปราสาทศพสกุลช่างลำปาง
จุดเด่นผลิตภัณฑ์ เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง มีสายการผลิตที่เด่นชัด คือ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
1) การผลิตด้านการอนุรักษ์ เน้นการเลียนแบบให้เหมือนศิลปะดั้งเดิม ของเวียงกาหลง โดยศึกษาจากเศษชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ที่ขุดพบในหมู่บ้าน เช่น ไหลายต่าง ๆ
2) การผลิตด้านศิลปะร่วมสมัยเป็นการนำศิลปะสมัยโบราณมาผสมผสานกับศิลปในปัจจุบัน เช่น เครื่องปั้นดินเผาที่เป็นของที่ระลึกต่าง ๆ
3) การผลิตงานนูนต่ำและลอยตัว เป็นงานปั้นสัตว์ในวรรณกรรมต่าง ๆ เช่น สิงห์ กิเลน ฯลฯ มีความประณีตในงานทุกชิ้นมาก ไม่ใช้วัตถุดิบที่เป็นสารเคมี ใช้วัตถุดิบของพื้นที่ทั้งหมด ตั้งแต่ ดิน สี เทคนิคการเผา เคลือบแบบดั้งเดิมที่ผู้ผลิตศึกษา ค้นคว้าและดำเนินงานด้วยตนเอง
“ทัน ธิจิตตัง” คุณลุงวัย 50 ปี ในฐานะประธานกลุ่มเครื่องเคลือบเวียงกาหลงแบบโบราณ ผู้ชำนาญการด้านเครื่องเคลือบ บอกเล่าความเป็นมาของเครื่องเคลือบเวียงกาหลง ว่าเพราะเวียงกาหลง เป็นแหล่งกำเนิดของความเจริญด้านศิลปะและศาสนา โดยเฉพาะ “เครื่องถ้วย” กระทั่งประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และโรคระบาดอย่างรุนแรง ทำให้ผู้คนต้องละทิ้งบ้านเมือง ทำให้ “เวียงกาหลง” กลายเป็นเมืองร้างอยู่หลายพันปี ต่อมาชาวบ้านจึงได้กลับมาก่อตั้งชุมชนขึ้นใหม่อีกครั้ง คุณลุงทันบอกว่า ถ้าพูดถึงเวียงกาหลง ทุกคนจะรู้โดยทันทีว่าเป็นแหล่งที่มีเครื่องเคลือบที่ดีที่สุดของล้านนา เพราะดินที่นำมาทำเครื่องเคลือบมีคุณภาพดี “ที่สำคัญคนเวียงกาหลงได้รับการถ่ายทอดความรู้เรื่องการทำเครื่องเคลือบมาจากอดีต โดยมีลักษณะเด่น คือ น้ำหนักเบา เนื้อบาง ดินที่นำมาทำเครื่องเคลือบ จากการศึกษาสำรวจของนักวิชาการเขาบอกว่า เป็นดินลาวา เพราะแต่ก่อนในย่านนี้สันนิษฐานว่าเคยเกิดการระเบิดของภูเขาไฟมาแล้ว ทำให้ดินที่สะสมมานานหลายพันปีนั้น เป็นดินที่เกิดจากการย่อยสลายของลาวา ซึ่งชาวบ้านได้ค้นพบและนำมาทำเครื่องเคลือบ จึงทำให้น้ำหนักเบา ทนไฟได้สูง เมื่อเคลือบไฟสูงก็ยังสามารถรักษารูปทรงเอาไว้ได้เป็นอย่างดี”
คุณลุงทันบอกเล่าถึงสาเหตุทุกคนในชุมชนต้องอนุรักษ์เครื่องเคลือบเวียงกาหลงเอาไว้ ว่า เพราะวัตถุโบราณของเวียงกาหลงเคยถูกคนต่างชาติ และพ่อค้าของเก่า มากว้านซื้อไปขายเป็นจำนวนมาก ทั้งขายในประเทศ และส่งออกนอกประเทศ เพราะความโลภและมองไม่เห็นคุณค่าของวัตถุโบราณเวียงกาหลง
“เครื่องเคลือบเวียงกาหลงสมัยโบราณเป็นอย่างไร มาถึงปัจจุบันก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ทุกอย่างยังคงความเป็นต้นแบบของโบราณ แม้กระทั่ง “ขี้เถ้า” ก็ยังใช้ทำน้ำเคลือบเช่นที่เคยเป็นมา คือจะเคลือบน้ำเคลือบถึงบริเวณเชิงของภาชนะ ลักษณะน้ำเคลือบจะใส มีทั้งสีฟ้าอ่อน สีเขียวอ่อน และสีเหลืองอ่อน มักมีรอยแตกราน
“ที่หมู่บ้านยังเก็บเครื่องถ้วยลายโบราณแบบเดิมๆ ของเวียงกาหลงเอาไว้จำนวนมาก เพื่อให้ผู้คนที่สนใจได้มาเห็นมาดู เพราะต่อไปในอนาคตไม่แน่ว่าจะหาดูได้อีก เนื่องจากความเก่าแก่ของเครื่องถ้วย ทำให้ลายบางลายแตกสลายไปก็มี บางลายเก็บเอาไว้ได้แต่ก็แตกหักไม่คงสภาพเดิม แต่เราก็ไม่ทิ้งจะเก็บเอาไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นลวดลายที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต”ไม่เพียงแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญมีความรู้เรื่องเครื่องถ้วยโบราณเวียงกาหลงเท่านั้น แต่คุณลุงทันยังได้ถ่ายทอดความรู้ที่มีให้กับเยาวชนรุ่นหลังด้วย “เพราะต้องการสอนให้ลูกหลานได้รู้จักอดีตและที่มาของวัตถุโบราณชนิดนี้ เมื่อมีใครเขาถามจะได้ตอบเขาได้ ไม่ขายหน้าที่เป็นคนในท้องถิ่น และสามารถเล่าความเป็นมาของตัวเองได้อย่างน่าภาคภูมิใจ”เครื่องเคลือบเวียงกาหลง ลายไม่เหมือนที่อื่น เช่น ลายที่เป็นที่รู้จักกันมาก คือ “รูปตัวกา” บินมารวมกันเป็นรูปดอกไม้ ลวดลายที่ปรากฏบนผิวเครื่องเคลือบมักจะบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องถิ่น หรือถ้าเป็นลายดอกไม้ พรรณไม้ ก็มักเป็นพันธุ์ไม้ที่มีในเวียงกาหลง
ปัจจุบันมีกลุ่มชาวบ้านที่ทำเครื่องเคลือบเวียงกาหลงประมาณ 8 กลุ่ม โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเวียงกาหลง เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด โดยการทำเครื่องเคลือบ 70% ยังรักษารูปแบบดั้งเดิมไว้ ส่วนอีก 30% เป็นการประยุกต์รูปแบบใหม่ เช่น จานข้าว แก้วน้ำ กาน้ำชา และของตกแต่งบ้าง

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *