เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ มีลักษณะคล้ายรูปลิ่มวางตัวไปตามแนวเหนือ – ใต้ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน และประกอบด้วยที่ราบระหว่างหุบเขา

เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของลำน้ำแควใหญ่ มีระดับความสูงของพื้นที่จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 700 – 1,000 เมตร

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ “เขาหัวโลน” สูงประมาณ 1,170 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางอยู่ในตอนกลางของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย คือ ห้วยสะด่อง ห้วนแม่ละมุ่น ห้วยแม่ปลาสร้อย ห้วยยากากี่
ยอดเขาที่สูงรองลงมาคือ “เขาสูง” มีความสูงจากระดับนำทะเลปานกลางประมาณ 1,149 เมตร ในพื้นที่ตอนเหนือของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระเป็นแหล่งต้นน้ำของห้วย อีซู ห้วยน้ำขาว ห้วยกระพร้อย และห้วยแม่ละมุ่น

ในอดีตที่ผ่านมาป่า “ทุ่งสลักพระ” จังหวัดกาญจนบุรี เป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิดอาศัยอยู่อย่างชุกชุม พรานป่าสมัยดั้งเดิม เช่น น้อย อินทนนท์ นพ.บุญส่ง เลขะกุล จะรู้จักป่าสลักพระได้เป็นอย่างดี ในบทประพันธ์มีเรื่องเกี่ยวกับการออกป่าล่าสัตว์ เกือบจะทุกเรื่องจะกล่าวขวัญถึงป่าสลักพระ มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่อยู่ในเชิงเขาล้อมรอบ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยหญ้าและต้นไม้ที่ออกผล เป็นอาหารของสัตว์ป่าอยู่มากมาย เช่น มะขามป้อมไทย มะกอก สมอ ฯลฯ และยังมีโป่งดินเค็มจำนวนมากกว่า 100 แห่ง ซึ่งเป็นแหล่งแร่ธาตุของสัตว์ป่า ทุ่งสลักพระมีพื้นที่ประมาณ 20,000 – 23,000 ไร่ และยังมีทางติดต่อกับทุ่งหญ้ากว้างอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 10,000 ไร่ เรียกว่า “ทุ่งนามอญ” ซึ่งสัตว์ป่าสามารถหนีภัยข้ามไปมาได้ในป่าทุ่งสลักพระ ยังมีลำห้วยสำคัญไหลผ่านและมีน้ำตลอดปี คือ “ห้วยสะด่อง” หรือ “ห้วยสลักพระ” ซึ่งสัตว์ป่าได้อาศัยกิน
นอกจากนั้นบริเวณเขตติดต่อทุ่งสลักพระกับทุ่งนามอญ ยังมีน้ำตกสูงชันและสวยงาม ด้วยสภาพความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่าในป่าทุ่งสลักพระ ทำให้ถูกรบกวนจากพรานอาชีพและพรานสมัครเล่นมาเป็นเวลาช้านาน สัตว์ป่าซึ่งแต่เดิมมีอยู่มากมายเกือบจะไม่มีให้พบเห็น
ต่อมาทางราชการได้จัดตั้งขึ้นเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2508 มีเนื้อที่ประมาณ 936 ตารางกิโลเมตร หรือ 602,000 ไร่ นับเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2515 ได้มีการเพิกถอนบางส่วนเพื่อประโยชน์ในการให้ประทานบัตรทำเหมืองแร่ เหลือเนื้อที่ประมาณ 936.20 ตารางกิโลเมตร หรือ 585,125 ไร่
วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2520 ได้เพิกถอนบางส่วนเพื่อประโยชน์ในการก่อสร้างเขื่อนศรีนครินทร์และใช้เป็นที่สำหรับอพยพราษฎรจากบริเวณน้ำท่วม เหลือเนื้อที่ประมาณ 536,594 ไร่ หรือ 858.55 ตารางกิโลเมตร
ที่ตั้งและอาณาเขต
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระตั้งอยู่ในตำบลวังด้ง ตำบลช่องสะเดา ตำบลหนองรี ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อพลอย ตำบลท่ากระดาน ตำบลหนองเป็ด ตำบลด่านแม่แฉลบ ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ และอำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี
ทิศเหนือ จดอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
ทิศใต้ จดพื้นที่ของราษฎร อำเภอเมือง จังหวัดกายจนบุรี
ทิศตะวันออก จดพื้นที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามเพื่อประโยชน์ในราชการทหาร อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี
ทิศตะวันตก จดแม่น้ำแควใหญ่ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

ปริมาณน้ำฝน
อุณหภูมิในพื้นที่สามารถแบ่งตามฤดูกาลเฉลี่ยดังนี้
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม – เดือนมิถุนายน มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 37.9 องศาเซลเซียส
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – เดือนตุลาคม มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 25.0 องศาเซลเซียส
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 14.2 องศาเซลเซียส
สถิติปริมาณน้ำฝนตามสถานีต่างๆ ที่ตั้งอยู่ภายในเขตและบริเวณข้างเคียง พบว่าปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปีมีปริมาณ 1,070.1 มิลลิเมตร โดยส่วนใหญ่ฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม และจะมีฝนทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายน สำหรับปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยเฉพาะฤดู คือ ฤดูฝนมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 849.1 มิลลิเมตร และช่วงฤดูแล้งมีปริมาณ 220.9 มิลลิเมตร
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสายซึ่งไหลรวมลงสู่แม่น้ำแควใหญ่ สาขาแม่น้ำแม่กลอง เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนท่าทุ่งนา
สภาพธรณีวิทยา
จากการที่พื้นที่บางส่วนของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯมีสภาพธรณีสัณฐานลักษณะ พื้นที่แบบคาร์ส (Karst Topography) เป็นสภาพพื้นที่ที่มีหินรองรับอยู่ ตอนล่างเป็นหินปูน มีลักษณะพิเศษในการสร้างตัวของสภาพพื้นที่แบบที่เด่นชัด มีแอ่งจม (Sink hole) และถ้ำซึ่งมีการสำรวจพบเพียงบางส่วน อันเป็นระบบนิเวศที่มีลักษณะเฉพาะ เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าและอารยธรรมของมนุษย์ที่ควรมีการศึกษา และวิจัย เพื่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนในระยะยาว จากการสำรวจพบถ้ำแก้ว อยู่ห่างจากฝั่งขวาของลำน้ำแม่ละมุ่น ซึ่งรอการพิสูจน์จากนักวิชาการ ถ้ำโจร มีลักษณะเป็นถ้ำหลายห้อง ทางเข้าถ้ำต้องไต่เชือก ซึ่งเคยเป็นที่หลบหนีของผู้ก่อการร้าย
ทรัพยากรป่าไม้

สภาพสังคมพืชที่ปกคลุมในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดงดิบแล้ง ซึ่งแต่ละป่ามีไม้เด่นและสัตว์ป่าที่เข้ามาใช้ประโยชน์ดังนี้

1.ป่าเบญจพรรณ หรือป่าผสมผลัดใบ มีพื้นที่มากที่สุดเป็นร้อยละ 60 ของพื้นที่ มีเนื้อที่ประมาณ 321,956 ไร่ พบบริเวณที่ราบและใกล้ริมห้วย สัตว์ป่าที่เข้ามาใช้ป่าเบญจพรรณในพื้นที่ทุ่งสลักพระ ทุ่งนามอญ และริมห้วยต่างๆสัตว์ที่สำรวจพบ ได้แก่ ช้าง เก้ง กวาง กระทิง และวัวแดง
ทุ่งสลักพระ เป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติ ตั้งอยู่กลางป่าสลักพระ มีเนื้อที่ประมาณ 20,000 – 23,000 ไร่ เป็นพื้นที่ราบ ป่าโปร่ง มีสัตว์ป่าเข้าใช้พื้นที่อย่างชุกชุม
ทุ่งนามอญ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทุ่งสลักพระ เป็นบริเวณกว้างใหญ่ ในพื้นที่นี้มีโป่งดินตามธรรมชาติจำนวนมากและมีสัตว์ป่าเข้ามาใช้พื้นที่หา กินไปมาระหว่างทุ่งนามอญและทุ่งสลักพระ

2.ป่าเต็งรัง มีเนื้อที่ประมาณ 160,978 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 30 ของพื้นที่ทั้งหมด พบบริเวณยอดเขาที่ไม่สูงนัก และพบอยู่สูงกว่าป่าเบญจพรรณ ประมาณ 300 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

3.ป่าดงดิบแล้ง มีเนื้อที่ประมาณ 53,660 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 10 ของพื้นที่ทั้งหมด พบบริเวณที่มีความชุ่มชื้นตอนกลางและตอนเหนือของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลัก พระ และบริเวณหุบเขาทุ่งสลักพระ ทุ่งนามอญ และตามสันเขาที่ต่อเนื่องกับอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ สัตว์ป่าที่ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าดิบดงดิบแล้ง ได้แก่ ชะนีมือขาว ค่างแว่นถิ่นเหนือ กระทิง ช้าง นกเงือกกรามช้าง นกแก๊ก นกกก เป็นต้น

 

ลักษณะการบริหารและการจัดการ การแบ่งเขตการจัดการพื้นที่

1. เขตหวงห้าม (Strict Nature Reserve Zone) เป็นบริเวณที่มีสังคมพืชและป่าไม้สมบูรณ์ควรค่าแก่การรักษาไว้ เพื่อเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าและแหล่งต้นน้ำลำธาร ซึ่งพื้นที่เขตนี้ไม่ยอมให้มีการใช้ประโยชน์ใดๆนอกจากปล่อยไว้ให้เป็นสภาพ ดั้งเดิม เพื่อมิให้เกิดการรบกวนสัตว์ป่าและสภาพธรรมชาติโดยรอบ พื้นที่ที่จัดอยู่ในเขตนี้ ได้แก่ พื้นที่ส่วนใหญ่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บริเวณพื้นที่ภูเขาทุ่งนามอญ และทุ่งสลักพระ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า

2.เขตสงวนสภาพธรรมชาติ (Primitive Zone) เป็นบริเวณที่จะต้องคุ้มครองรักษาสภาพสังคมพืชและสัตว์ป่า ตลอดจนสภาพธรรมชาติดั้งเดิมมีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่โดยรอบเขตหวงห้าม และกำหนดให้มีการใช้ประโยชน์เฉพาะกิจกรรม เพื่อการคุ้มครองรักษาทรัพยากรธรรมชาติและการศึกษาวิจัยเพื่อการสงวนไว้ซึ่ง ระบบนิเวศของพื้นที่ให้ยั่งยืนสืบไป

3.พื้นที่ฟื้นฟูธรรมชาติ (Recovery Zone) เป็นบริเวณที่มีสภาพธรรมชาติถูกทำลายจนเสื่อมโทรม จำเป็นต้องฟื้นฟูให้กลับสภาพเดิม โดยการปลูกเสริมป่าทดแทนและปล่อยให้ฟื้นตัวคืนสู่สภาพธรรมชาติ พื้นที่บริเวณนี้ ได้แก่ บริเวณพื้นที่ที่ถูกราษฎรบุกรุกทำการเกษตรและบริเวณที่ทรัพยากรธรรมชาติ เสื่อมโทรมโดยธรรมชาติหรือสาเหตุอื่นๆ เพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติบริเวณดังกล่าวให้สามารถรักษาความสมดุลของ ระบบนิเวศในระยะยาว

4.เขตบริการศึกษาธรรมชาติและการสื่อสารธรรมชาติ (Nature Education and Interpretation service Zone) เป็นเขตที่กำหนดขึ้นจากบริเวณพื้นที่สภาพธรรมชาติ ที่มีจุดเด่นสวยงามและคุณค่าในการศึกษาเรียนรู้ของประชาชน เพื่อการพัฒนาจิตสำนึกในการอนุรักษ์ และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการปฏิบัติที่เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากร ธรรมชาติอย่างยั่งยืน (Sustainable Utilization) และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อย่างแท้จริง พื้นที่ส่วนนี้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้แก่ สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาน้ำพุ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

 

แทงบอล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *