สะพานไม้แกดำ

สะพานไม้แกดำ สะพานเชื่อมใจ สายใยที่ขาดจากกันไม่ได้ . เมื่อร้อยกว่าปีก่อนชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้อพยพหนีแล้งมาจากจังหวัดร้อยเอ็ด มี“หลวงปู่จ้อย” เป็นพระเกจิที่นำพาชาวบ้านมา ณ ที่แห่งนี้ เมื่อมาพบชัยภูมิที่ดีจึงตั้งหมู่บ้านขึ้นที่นี่ให้ชื่อว่า “บ้านแกดำ” ชุมชนอยู่อย่างผาสุขมายาวนานครัวเรือนขยายมากจนต้องมีการย้ายเรือนข้ามฝากไปตั้งบ้านใหม่ชื่อว่า “บ้านหัวขัว” ยังริมฝั่งคลองอีกฝาก

ซึ่งคลองนี้ดั้งเดิมกว้างเพียง 20 เมตร ชาวบ้านจึงไปมาหาสู่กันไม่ยากนักโดยใช้เรืออีโปงที่ทำจากขอนตาลและสร้างสะพานเล็กๆไว้เดินข้าม มาถึงวันที่ทางรัฐได้ทำการขุดหนองน้ำเพื่อการชลประทาน ทำให้คลองกว้างขึ้นจนเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่กว้างราว ครึ่งกิโล

การสัญจรของชาวบ้านจึงถึงคราลำบาก แต่เวิ้งน้ำหรือจะสู้ความคิดถึงใคร่ไปมาหาสู่ฉันญาติมิตรของชาวบ้านทั้งสองฝากฝั่งได้ ผู้คนจึงพากันระดมเศษไม้จากเรือกสวนไร่นาและเสารั้วบ้านเก่า บวกกับแรงคนที่ขนกันมาทั้ง 2 ฝั่ง สร้างเป็นสะพานไม้ยาว 500 เมตร ที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามทุ่งบัวหลวงสานใจของญาติพี่น้องของทั้งสองหมู่บ้านไว้อย่างเหนียวแน่นดังเดิมอีกครั้งปัจจุบัน “สะพานไม้แกดำ” ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นสะพานไม้ที่มีความสวยงามเป็นอันดับสามของประเทศไทย

ด้วยความคลาสสิคความไม่เป็นระเบียบแบบช่างชาวบ้านนี่กระมังที่เป็นเสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้ นักท่องเที่ยว ช่างภาพ นักเดินทาง ต่างแวะเวียนมาเยี่ยมชมมิได้ขาด ผู้คนไม่พลุกพล่าน เหมาะแก่การมาทอดอารมณ์ ละทิ้งเรื่องทุกข์ใจจากที่ที่เราจากมา อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *