วิธีการเลี้ยงไส้เดือน

ไส้เดือนดิน หรือ ไส้เดือน ในสมัยก่อนนอกจากจะใช้เป็นเหยื่อล่อปลา  จนถึงปัจจุบันก็ยังใช้กันอยู่บางพื้นที่ แล้วยังเป็นสัตว์ประเภทที่ดีและสำคัญมากสำหรับระบบนิเวศต่อพืชแล้ว ยังสามารถเลื้ยงเพื่อ ทำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนได้อีกด้วย ทำเป็นอาชีพสร้างรายได้เพื่อจำหน่าย หรือ ทำเพื่อใช้ในไร่ในสวนของท่านเองก็ได้

ไส้เดือนเป็นสัตว์ประเภทไม่มีกระดูกสันหลัง เป็นสัตว์ที่มีทั้งเพศผู้และเพศเมีย อยู่ในตัวเดียวกันหรือสัตว์สองเพศนั่นเอง ลักษณะของไส้เดือน มีลักษณะลำตัวยาวๆลำตัวเป็นข้อหรือปล้องๆมีสีดำบ้างสีแดงและสีม่วงบ้างแล้วแต่สายพันธุ์ ไส้เดือน พบอยู่ทั่วไป ใต้ดินที่ชื้นหรือตามซากพืช หรือใต้มูลสัตว์ต่างๆ

ปัจจุบันมีหลายหน่วยงาน หลายโครงการ ได้ทำการค้นคว้าและวิจัยเรื่องของไส้เดือน เพื่อนำมาทำให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้ให้เกษตรกร เพราะลักษณะพิเศษของไส้เดือน เป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ การชอนไช้ใต้ดินของไส้เดือน ก็เหมือนกับการที่เราพรวนดิน พืชผักผลไม้ของเรานั่นเอง

การเลี้ยงไส้เดือนดิน มีหลายแบบหลายวิธี ใช้กะละมังกลม หรือ บ่อซีเมนต์หรือบ่อปูนกลม ก็ได้ แต่ทำแบบให้ได้จำนวนและปริมาณเยอะก็นิยมเลี้ยงใส่บ่อซีเมนต์หรือบ่อกลมกันเป็นส่วนใหญ่ อุปกรณ์ก็ไม่ยุ่งยาก หาได้ง่ายและประหยัด

การเลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อทำ ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน ในบ่อซีเมนต์
วัสดุและอุปกรณ์ในการเลี้ยงไส้เดือนดิน

1. บ่อซีเมนต์กลม ที่มีความกว้างของบ่อ ประมาณ 80-100 ซม.

2. มูลสัตว์หรือขี้วัวแห้ง 1 กระสอบ หรือ กระสอบครึ่ง ต่อหนึ่งบ่อ

3. ไส้เดือนดิน ประมาณ 2 กิโล ต่อ1บ่อ ไส้เดือนที่นิยมเลี้ยง คือพันธุ์แอฟริกัน ลำตัวจะมีสีม่วง เพราะไส้เดือนพันธุ์พันธ์ุแอฟริกัน นั้นมีข้อดีคือ ตัวอ้วนโต เคลื่อนไหวช้าและให้ปุ๋ยจำนวนที่มาก และยังขยายพันธุ์ได้เร็วอีกด้วย

การเลี้ยง ไส้เดือน ในบ่อปูนซีเมนต์

วิธีการเลี้ยงไส้เดือนดินในบ่อซีเมนต์

-ใส่ขี้วัวลงไปในบ่อซีเมนต์ 1หรือ1กระสอบครึ่ง แล้วทำให้ขี้วัวเย็น หรือคลายความร้อน นั่นคือรดน้ำขี้วัว รดน้ำประมาณ1-2 อาทิตย์ วิธีการวัดง่ายๆว่าขี้วัวเย็นพร้อมใช้หรือยัง ให้ใช้มือล้วงลงไปในขี้วัว ถ้ามือเราเย็นก็หมายถึง ขี้วัวพร้อมใช้ทำปุ๋ยแล้ว แต่ถ้ามือที่ล้วงลงไป รู้สึกอุ่นๆ ก็แสดงว่าขี้วัวยังไม่คลายความร้อน หรือยังเย็นไม่พอ ต้องรดน้ำเพิ่มให้กับขี้วัว จนเย็นได้ที่

-พอวัดได้ว่าขี้วัวเย็นได้ที่แล้ว ให้นำ ไส้เดือนดินพันธุ์แอฟริกัน ใส่ลงไปบนขี้วัว ประมาณ 1-2 กิโลกรัม ใส่ลงไปโดยที่ไม่ต้องฝังตัวเค้าลงใต้ขี้วัว เพราะถ้าขี้วัวเย็นได้ที่ เค้าจะทำการชอนไช้ลงใต้ขี้วัวเอง

-ให้ความชื้นโดยการรดน้ำ 3-4 วันครั้ง ประมาณ 1-2 เดือน ก็สามารถเก็บ ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน ไปใช้กับพืช,ผักผลไม้ หรือจำหน่ายได้แล้วครับ

การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำ ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน ในกะละมัง

1. กะลังมังสีดำ ความกว้างประมาณ 1ศอก (ใบละไม่เกิน 20 บาท)

2. ขี้วัวแห้ง เก็บเศษฟาง หรือวัสดุที่ปนมากับขี้วัวออกให้เหลือแค่ขี้วัวจริงๆ

3. ไส้เดือนดินพันธุ์ แอฟริกันที่ใช้เลี้ยงกันทั่วไป ประมาณ 3 ขีด

4. กากมะพร้าวสับ หรือใบไม้แห้ง (ใบมะขามเทศ,ใบก้ามปู)

วิธีและขั้นตอนในการเลี้ยงก็ไม่แตกต่างกันกับการเลี้ยงในท่อซีเมนต์ แค่ลดปริมาณลง

-นำกะละมังไปเจาะรูโดยใช้สว่าน 2 หุน เจาะให้ทั่วกะละมัง เพื่อให้น้ำไหลผ่านออกได้สะดวก

-นำขี้วัวมาทำการรดน้ำ ให้ขี้วัวเปียก เพื่อล้างความร้อนของขี้วัวและแก๊สออกให้หมด รดน้ำขี้วัว ประมาณ 1-2 อาทิตย์ แล้วแต่ความร้อนของขี้วัว

-นำกากมะพร้าวสับมาผสม ประมาณ 30% ของขี้วัว 70 % นำมาผสมให้เข้ากัน มะพร้าวสับควรแช่น้ำก่อนเพื่อล้างยางของมะพร้าวออกไป ที่ผสมกากมะพร้าวผสม เพื่อช่วยในการเพิ่มความเย็นให้กับขี้วัว ผสมเข้ากันแล้วนำไปใส่ในกะลังมัง ประมาณครึ่งกะลังมัง

-ใส่ไส้เดือน 3 ขีด ลงบนขี้วัวผสมไว้ในกะลังมัง แล้วนำไว้ในโรงเรือนที่เย็น โดยทำเป็นชั้นเหล็ก หรือชั้นท่อพีวีซีก็ได้ ไส้เดือนชอบความชื้นและเย็น รดน้ำ ให้ความชื้นกับไส้เดือน 3-4 วันต่อครั้ง ประมาณ 1ครึ่งหรือ2 เดือนเราก็จะได้ ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน เต็มกะละมัง สามารถนำไปใส่ พืช ผักผลไม้ หรือจำหน่ายได้แล้ว

เลี้ยง ไส้เดือน ในกะละมัง

หมายเหตุ : โรงเรือนที่เลี้ยงไส้เดือนดิน คือต้องเป้นพื้นที่โล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก แดงส่องบ้างแต่ไม่ให้ร้อนจัด

-สามารถให้อาหารเสริมได้ คือเศษผักที่เหลือใช้การทำครัว ให้หรือไม่ให้ก็ได้ เพราะไส้เดือนพันธ์ุแอฟริกันกินขี้วัวเป็นอาหารหลักอยู่แล้ว

-เราสามารถแยกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไส้เดือนไว้ได้ โดยการคัดเอาไส้เดือนที่ตัวโตๆ ไว้

ไส้เดือนดินเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดุกสันหลัง ไม่ชอบความร้อน เพราะฉะนั้นมูลของไส้เดือนจึงเย็น สามารถนำไปรองหลุมที่เตรียมปลูกพืชผักผลไม้ได้เลย หรือใส่เป็นปุ๋ยแก่ต้นไม้ที่กำลังเจริญเติบโตได้ดี

แหล่งที่มาของข้อมูลและรูปภาพ : https://www.nfc.or.th/content/6899

ติดตามสาระน่ารู้ น่าสนใจเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *