ภูคีรีวงกต

ภูคีรีวงกต ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างบ้านเมืองเก่า บ้านคำแก้ว บ้านคำเดือย บ้านเหล่าแก้วแมง บ้านสงยาง ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอชานุมาน เป็นแหล่งที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะมีผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ปกคลุม มีสัตว์ป่านานาชาติให้ได้ชม ที่สำคัญจะมีถ้ำดานหิน โขดหิน และหน้าผาที่สูงสลับซับซ้อนสวยงามเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

กล่าวคือ โขดหินที่เรียงตัยกันอยู่บางแห่งจะเป็นชะง่อนออกมา บ้างก้อนสูงขึ้นไป 15 เมตร และช่องระหว่างตรงกลางเป็นร่องดินลึกลงไปเป็นหน้าผาต้องทำสะพานข้ามจึงจะเดินไปโขดหินอีกก้อนได้ เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่มีมานับพันปี สวยงามมาก เหมาะแก่การพักผ่อนยิ่งนัก

ประเพณีโบร่ำโบราณของคนอีสานที่สืบทอดมาร่วม 200 ปีufa และหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น คนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยรู้จักกัน ประเพณีนี้เป็นกิจกรรมในรูปแบบที่คนในชุมชนมาร่วมมือร่วมใจกันจัดในช่วงงานบุญออกพรรษา

มีการทำบุญที่วัดชาวบ้านจะช่วยกันคนละไม้ละมือ สร้างค่ายกลจำลองเหมือนเขาวงกตที่ลดเลี้ยว โดยการนำไม้ไผ่มากั้นทางเดินเป็นวงเวียน เพื่อให้คนเดินเข้าไปถวายดอกไม้ธูปเทียนบูชาที่ร้านประทีปที่จัดทำขึ้น

น้ำตกวังปลา

น้ำตกวังปลา เดิมทีบริษัท มาลงทุนให้ทำบ่อปลา เพาะพันธุ์และเลี้ยงขายให้กับบริษัท พอปลาเหลือจากการขายก็นำมาทำเป็นเมนูปลาในสวนอาหาร

ต่อมาได้สร้างสวนน้ำขึ้น เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับครอบครัว หรือหมู่คณะที่มาใช้บริการ สวนน้ำแห่งนี้เปิดมา 3-4 ปีแล้ว โดยรอบของสถานที่นี้จะมีสวนผักปลอดสารพิษหลายชนิด มีบ่อปลา บ่อกบ ufabetเป็นต้น

สวนน้ำตก, สะพานแขวนรอบน้ำตก, สวนผักปลอดสารพิษ

ปราสาทเชอนองโซ Chateau de Chenonceau

ปราสาทเชอนองโซ Chateau de Chenonceau มีความน่าสนใจและมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก เป็นปราสาทยอดฮิตในลุ่มแม่น้ำลัวร์ที่นักท่องเที่ยวไปเยือนมากที่สุด

ถูกปกครองโดยผู้หญิงมายาวนานหลายร้อยปี หรืออาจเรียกได้ว่า เป็นปราสาทแห่งสุภาพสตรีเลย

ที่นี่เป็นปราสาท ที่แฝงกลิ่นอายของความรักไว้ในทุกๆมุม ทุกๆส่วน

แสดงให้เห็นถึงความอ่อนช้อย อบอุ่นของความเป็นผู้หญิง

ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของห้องนอน ห้องโถง และสวนดอกไม้ ทุกๆอย่างถูกจัดไว้อย่างดี

ตลอดระยะเวลาของประวัติศาสตร์ที่นี่ ไม่ได้มีแต่เพียงแต่ความรัก และความหวานชื่นเท่านั้น

ยังมีประวัติศาสตร์อันน่าขมขื่นแฝงอยู่ด้วย เช่น ในห้องนอนชั้นบนสุดถูกทาเป็นสีดำทั้งหมด ดูน่าหดหู่มาก

ซึ่งเรื่องราวของห้องนี้ เกิดจากการที่พระเจ้าอองรีที่สาม สามีของเจ้าของปราสาท หลุยส์เดอลอร์แรน ถูกลอบสังหาร

เธอจึงเศร้าโศกเป็นอย่างมากกับการสูญเสียสามี และต้องอยู่อย่างทุกข์ระทมตลอดช่วงชีวิตที่เหลือของเธอ

สำหรับสถานที่นี้ อยากให้ทุกคนเก็บเอาไว้เป็นแรงบันดาลใจ ในเรื่องของการดูแลคนรักให้ดี

ตั้งแต่ช่วงตอนยังมีชีวิตอยู่ และการเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ที่ทุกคนต้องเจอ

คือการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ควรปล่อยวาง และยอมรับการเปลี่ยนแปลงให้ได้ค่ะ

นอกเหนือจากนั้น ความสวยงามของที่นี่ก็คือปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นครอบแม่น้ำเชอ

หาได้ยากมาก มีเอกลักษณ์และสวยงาม เป็นมุมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทุกคน

สุดท้ายที่นี่ยังถูกใช้เป็นโรงพยาบาลในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

ถูกกองทัพนาซีเยอรมันยึดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ufaและเคยเป็นที่จุดดอกไม้ไฟครั้งแรกในฝรั่งเศสอีกด้วย

ต้องถือว่าที่นี่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราว และประวัติศาสตร์มากมายจริงๆ

เมืองบาธ Bath

เมืองบาธ Bath เมืองเดียวของอังกฤษที่มีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ซึ่งก็สอดคล้องกับชื่อเมืองนั่นแหละค่ะที่มีรากศัพท์ที่แปลว่าอาบน้ำ ที่นี่เป็นเมืองเก่าในอดีตที่จักรวรรดิโรมันได้สร้างเอาไว้เมื่อ 2,000 ปีมาแล้ว จุดเด่นก็คือโรงอาบน้ำที่สร้างโดยสถาปัตยกรรมสไตล์โรมันที่สวยงามและคลาสสิกมากๆ จะเรียกว่าสปาแบบโบราณก็คงไม่ผิด

ซึ่งน้ำในบ่อนี่คือน้ำพุร้อนธรรมชาติอุณหภูมิ 95 องศาที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ นอกจากนั้นที่นี่ยังมี Thermae Bath Spa ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 2006 ufabetให้นักท่องเที่ยวได้มาแช่น้ำพุร้อนผ่อนคลายกันด้วย ซึ่งที่นี่จะตกแต่งด้วยศิลปะที่ผสมผสานกันระหว่างประวัติศาสตร์โบราณกับลวดลายในแบบร่วมสมัย อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าที่เปิดโล่ง ให้ได้ว่ายน้ำไปชมวิวที่สวยงามไปด้วยพร้อมๆ กัน

วิลต์เชอร์ Wiltshire

วิลต์เชอร์ Wiltshire สโตนเฮนจ์ หรือกองหินลึกลับที่ตั้งตระหง่านกลางสนามหญ้าในชนบทวิลต์เชอร์แห่งนี้ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าใครเป็นคนสร้าง และสร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่ออะไร สิ่งที่รู้ก็เพียงแค่มันอยู่ที่นี่มาแล้วนับ 5,000 ปีเรียกว่าอยู่มาก่อนยุคประวัติศาสตร์ของยุโรปเสียอีกที่สำคัญที่นี่ยังได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วย

และแม้จะมีผู้คนบางส่วนค่อนแคะว่ามาสโตนเฮนจ์แล้วไม่เห็นจะมีอะไรให้ดูเลย ใช่ค่ะufa ถ้าใครมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์แค่อยากชมความยิ่งใหญ่อู้ฟู่ และถ่ายภาพคู่กลับบ้าน เขาก็จะมองเห็นแค่เพียงกองหินกองหนึ่งเท่านั้น เพราะจริงๆ แล้วสิ่งที่ดึงดูดให้คนนับล้านเดินทางมาที่นี่ในแต่ละปี ก็คือความลึกลับน่าแปลกใจที่แฝงไว้ด้วยปริศนาให้ขบคิดถึงความเป็นมาของสโตนเฮนจ์นี่เอง

พระราชวังเครมลิน Kremlin

พระราชวังเครมลิน Kremlin ใครมาที่ได้มาเมืองมอสโก พลาดไม่ได้เลยนะคะ เพราะพระราชวังเครมลิน ศูนย์กลางที่สำคัญของเมืองหลวง และเป็นหัวใจของรัสเซีย ทั้งยังได้มีการรวบรวมสถาปัตยกรรมที่สวยงามไว้รวมกันอยู่มากมาย จัดเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของมอสโกเลยล่ะค่ะ

เครมลิน” ในภาษารัสเซียนั้น มีความหมายแปลว่าป้อมปราการ ซึ่งภายนั้นก็จะประกอบไปด้วยพระราชวัง วิหารสำคัญๆ และที่ทำการของรัฐบาลต่างๆ

พระราชวังเครมลิน มีปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ (Tsar Cannon) สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.. 1586 ว่ากันว่าเป็นปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยาว 5.34 เมตร หนัก 40 ตัน แต่ยังไม่เคยถูกใช้ในสงครามมาก่อน และระฆังของพระเจ้าซาร์ (The Tsar Bell) เป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลก (อีกแล้วสูง 6.14เมตร มีรัศมี 6.6 เมตร หนัก 200 ตัน

และยังมี จัตุรัสวิหาร ซึ่งเป็นที่ตั้งของวิหารหรือโบสถ์ หลังที่สำคัญ นั่นก็คือ โบสถ์อันนันซิเอชั่น (Cathedral of the Annunciation) โบสถ์อาร์คาเกล (Cathedral of St. Michael the Archangel)ufabet และโบสถ์ที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดในเครมลินก็คือ Cathedral of The Dormition หรือรู้จักกันในชื่อโบสถ์อัสสัมชัน (Assumption) สร้างเพื่อเป็นที่ระลึกถึงการสิ้นพระชนม์ของพระแม่มารีย์ ผู้ให้กำเนิดพระเยซู และยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญต่างๆ ด้วยค่ะ

และมาเยี่ยมชมสิ่งที่สวยงาม และมีคุณค่าทั้งด้านราคาและด้านประวัติศาสตร์กันที่ พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่แชมเบอร์ (Kremlin Armoury Chamber) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศรัสเซีย ที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่เก็บสะสมทรัพย์สมบัติล้ำค่าต่างๆ ทั้งเครื่องทรง มงกุฎ บัลลังค์ และเครื่องใช้ต่างๆ มากกว่า 2.7 ล้านชิ้น สวยงามละลานตาไปหมดเลยล่ะค่าาา และพิพิธภัณฑ์พระคลังเพชร (State Diamond Fund) ที่รวบรวมเพชรและอัญมณีอันล้ำค่าต่างๆ ของโลกไว้ ข้อควรระวังคือระวังแสบตานะคะ

นอกกำแพงเครมลิน มีถ้ำจำลองอนุสรณ์ในสงครามนโปเลียน สุสานทหารนิรนามในสงครามโลกครั้งที่สอง และมีทหารรักษาการณ์เปลี่ยนเวรยามให้ชมด้วยค่ะ

ตลาดสดบุคเคอเรีย Mercat De La Boqueria

ตลาดสดบุคเคอเรีย Mercat De La Boqueria สำหรับคนที่ชอบตื่นนอนตอนเช้าๆ แล้วไม่อยากนั่งแกร่วอยู่แค่ในโรงแรมแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้คุณรีบมาที่นี่เลยค่ะ Mercat de la Boqueria ตลาดสดของเมืองบาร์เซโลน่าที่ได้ชื่อว่าเป็นตลาดสดที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุดของเมือง จริงๆ เป็นอันดับ 1 ของโลกตั้งแต่ปี 2012

แถมยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับเมืองอีกต่างหาก ด้วยสินค้าที่มีหลากหลายทั้งของสด อย่างอาหารทะเล เนื้อสัตว์ ขาหมูรมควัน ถั่วต่างๆufa ผักและผลไม้นานาชนิด

รวมถึงขนมที่มีให้เลือกซื้อกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว การมาเยือนที่นี่ยังทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตจริงๆ ของคนเมืองนี้ด้วยค่ะว่าเขาอยู่เขากินกันอย่างไร แต่ถ้ามาที่นี่แล้วคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรดี การฝากมื้อเช้าไว้กับร้านอาหารซีฟู้ดในตลาดก็เป็นความคิดที่ไม่เลวนะคะ

เรารีบมุ่งมั่นไปหาแผงซีฟู้ดก่อนเลย ชำเลืองเมียงมอง วนไปวนมาสามสี่รอบ คืออยากกิน แต่หันซ้ายแลขวา ไม่มีใครปรุงให้ น่าเสียดายยยจริงๆ ปูอะไรไม่รู้ เยอะแยะเลย

ลา เปเดอรา La Pedrera

ลา เปเดอรา La Pedrera ความโดดเด่นของบาร์เซโลน่าที่เราสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด ก็คืออาคารรูปทรงแปลกตา แปลกจนเห็นแล้วจะต้องอึ้ง งานสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน มันคือศิลปะ

และแน่นอนว่า La Pedrera หรือ Casa Mila ก็เป็นหนึ่งในผลงานศิลปะนั้นค่ะ ด้วยเอกลักษณ์ที่เด่นสะดุดตาของตัวอาคารที่ถูกสร้างในสไตล์อาร์ตนูโว ที่ดูคล้ายคลื่นในทะเลและภูเขา จะเป็นผลงานของใครไปไม่ได้เลย นอกจาก อันโตนิโอ เกาดี้ Antoni Gaud สถาปนิกชื่อดังที่ยิ่งใหญ่เมืองบาร์เซโลน่า คนเดียวกับที่ออกแบบ Sagrada Familia ซากราดา ฟามีเลียนั่นแหละค่า และด้วยความแปลกของมันนี่เองทำให้เราอยากไปพิสูจน์กัน

ภายในอาคารมีทั้งหมด ชั้น โดยแบ่งเป็น ชั้นใต้ดินเที่เป็นโรงจอดรถแห่งแรกของเมือง ชั้นล่างที่เขาบอกว่าไว้สำหรับทำการค้า จากนั้นก็เป็นส่วนออฟฟิศในชั้นลอย ที่พักของเจ้าของตึกอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ส่วนชั้นที่ 2-5 เจ้าของตึกได้ทำเป็นห้องเช่าค่ะ ชั้นถัดไปเป็นห้องใต้หลังคาจัดนิทรรศการแสดงประวัติ ผลงานและแรงบันดาลใจufa

ส่วนไฮไลต์ของที่นี่ก็คือชั้นดาดฟ้า ดาดฟ้าแปลกตรงที่เต็มไปด้วยประติมากรรมหินทรายแกะสลักเป็นรูปทรงประหลาด งานอาร์ทต้องมา แม้สถานที่จะไม่ใหญ่ แต่จินตนาการบรรเจิดค่า

ราคาตั๋ว 20.5 ยูโร เวลาทำการ จ.ถึงศ. 9:00-20:00

ส.-อ. และวันหยุด 10:00-14:00 และ 18:00-20:00

ฟรี Audio Guide หูฟังคำบรรยายภาษาอังกฤษ และอื่นๆ ไม่มีภาษาไทย

Glass Igloo

Glass Igloo สนามบินที่ใกล้ที่สุดคือ Ivalo Airport โรงแรมมีบริการรับส่งจากสนามบิน คนละ 25 ยูโรต่อท่านต่อรอบเป็นรถตู้หรือรสบัสของทางโรงแรมเอง สะดวกสบายมากค่ะ

เอกลักษณ์พิเศษที่ชวนดึงดูดสายตาที่สุด ใครเห็นก็จะต้องหลงใหล คือ เพดานกระจกที่สวยงาม และยิ่งมีหิมะมาปกคลุมด้วยแล้ว คือสุดยอดไปเลยค่า ซึ่งเลียนแบบมาจาก igloo ufaของเอสกิโม ที่ทำจากหิมะ แต่อันนี้ทำจากกระจก เก๋จริงๆ

ได้นอนหลับอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ บนเตียงที่แสนอบอุ่น สงบสุข สุขใจจริงเชียว คือฟินจริงสนุกจริง ประทับใจมาก

ขออนุญาตินำภาพมาจากเฟสบุ๊คของโรงแรม แบบวิวจากมุมสูง แล้วก็ตัวอย่างแสงออโรร่าที่เราสามารถเห็นได้ หากว่าเราโชคดีไปนอนในคืนที่แสงออโรร่าแรง และฟ้าโปร่ง สีเขียวพริ้วๆ หรือสีอื่นๆ ก็จะมาปรากฏให้ทุกท่านได้ชมจ้ะ

เมื่อไปถึงโรงแรม เราก็เช็คอิน แล้วก็ต้องเอากระเป๋าใหญ่ไปเก็บในห้องเก็บสัมภาระกันก่อนนะคะ คือต้องเตรียมกระเป๋าใบเล็กใส่เสื้อผ้าไป เพราะที่ glass igloo ไม่มีห้องอาบน้ำ มีแต่ห้องน้ำ

และก็ต้องเดินไปสัก 15 นาทีด้วย เดินไปตามทางที่เค้าเกลี่ยไว้ให้ค่ะ ที่พักแต่ละหลังก็จะอยู่ห่างๆ กันหน่อย ค่อนข้างจะส่วนตัวเลยค่า ก็เดินไปตามแผนที่ที่เค้าให้

Casa Batllo บ้านของตระกูลบัตโล่

Casa Batllo บ้านของตระกูลบัตโล่ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี 1877 จากนั้นเจ้าของบ้านจึงได้ให้ Gaud เข้ามาปรับปรุงและออกแบบตัวบ้านให้ใหม่ จนกลายเป็นบ้านรูปร่างดังที่เห็นในปัจจุบัน

ซึ่งหากมองจากภายนอกของตัวบ้าน สิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คือส่วนของหลังคาบ้าน ที่ออกแบบให้ดูคล้ายกับหลังของมังกร แถมยังตกแต่งด้วยกระเบื้องสีจนเหมือนเกล็ดของมังกรเลยล่ะค่ะ แล้วถ้าสังเกตดีๆ เราก็จะเห็นอะไรสักอย่างรูปทรงแหลมๆ อยู่ข้างๆufabet หลังของมังกร

ซึ่งเขาบอกว่านั่นคือดาบของเซนต์จอร์จ นักบุญผู้พิทักษ์ของเมืองบาร์เซโลน่านี่เองค่ะ ส่วนใครที่อยากจะเข้าไปชมข้างใน ก็สามารถเข้าไปชมได้ค่ะ แต่ราคาค่อนข้างสูงและอาจต้องยืนรอนานสักหน่อย แต่ถ้าคุณสามารถรอได้และไม่คิดอะไรมาก ก็ลองเข้าไปดูให้เห็นกับตาสักครั้งในชีวิตเถอะค่ะ